“เจ้าคนแซ่เฟิง ! ” นางคว้าเสื้อคลุมผ้าสักหลาดสีแดงตรงหน้านาง“ตอนนี้เจ้าหมายถึงอะไร ความช่วยเหลือที่เจ้าถามข้าไม่ต้องใช้อาณาจักรเพื่อตอบแทนบุญคุณ ? เจ้าหมายความว่าจะไม่ต้องการความช่วยเหลือในระดับชาติหรือ ? ”
องค์ชายเหลียนใช้โอกาสนี้จับมือเล็ก ๆ ของเฟิงหยูเอง นางพยายามทำลายตัวเองให้เป็นอิสระแต่ล้มเหลว นางจึงไปตามน ้ากับมัน ผู้หญิงที่เดินอยู่ข้างหน้าปิดปากและยิ้มพยักหน้า “ใช่ มันเป็นเรื่องส่วนตัว มันไม่เกี่ยวข้องกับพลเมืองหรืออาณาจักร”
“ถ้าอย่างนั้น…” ความรู้สึกไม่แน่นอนในใจของเฟิงหยูเอง “เจ้าไม่ได้ชอบซวนเทียนหมิงใช่หรือไม่ ? เจ้าต้องการใช้บุญคุณนี้เพื่อให้ข้ายอมยกซวนเทียนหมิงให้กับเจ้าใช่หรือไม่ ? ”
เมื่อได้ยินแบบนี้ บานซูก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมความคิดของเจ้านาย นางคิดเรื่องนี้ได้อย่างไร ?
องค์ชายเหลียนเกือบจะสะดุดขาตัวเอง เมื่อมองไปรอบ ๆ นางมองไปที่เฟิงหยูเองราวกับว่านางได้เห็นบางอย่างที่ผิดปกติ และไม่ได้พูดอะไรพวกนางวิ่งไปข้างหน้าอีกเล็กน้อย และเมื่อเฟิงหยูเองกำลังจะถามอีกครั้ง นางได้ยินองค์ชายเหลียนถามบานซู “เป็นไปได้หรือไม่ว่าคุณหนูของเจ้าเบาปัญญาเล็กน้อย ? ”
เฟิงหยูเองรู้สึกว่าตามความเข้าใจของนางที่มีต่อบานซู และความรู้สึกลึกซึ้งระหว่างเจ้านายกับบ่าวรับใช้ เมื่อมีคนพูดอะไรที่คล้ายกับสมองของนาง บานซูก็จะดูถูกพวกเขา แม้ว่านี่จะเป็นคนงามอย่างองค์ชายเหลียน นางก็ไม่เชื่อว่าบานซูจะเป็นค