ันใครว่าใครเป็นตัวถ่วง ! ด้วยการพูดของข้าเองก็เป็นสิ่งที่ช่วยนายน้อยให้รอดในตอนนั้น แต่คุณหนูต่างกัน คุณหนูมีอำนาจมาก ถ้าเราไปกับนาง นางจะต้องแบ่งแยกความสนใจของนางเพื่อปกป้องเรา นั่นเป็นสาเหตุที่นายน้อยไม่ควรไปทางเหนือ กลับกันเถิดเจ้าค่ะ?”
เฟิงจื่อหรูขมวดคิ้ว “ใครบอกว่าข้าจะไปทางเหนือ ? มันเป็นอย่างที่เจ้าพูด ภาคเหนืออันตรายมาก และเราจะเป็นภาระให้ท่านพี่ ทำไมข้าต้องไป ? ”
“ถ้าอย่างนั้นเราจะไป…”
“เรากำลังจะไปทางตะวันออก ! ” เฟิงจื่อหรูเปิดเผยรอยยิ้มที่คล้ายกับที่เฟิงหยูเองมี “ทหารชั้นนำคือความทะเยอทะยานของข้า ข้าตั้งใจที่จะฝึกฝนในค่ายทหาร ใครบอกว่ามีเพียงสนามรบในภาคเหนือ ? ไปยังทิศตะวันออก เท่าที่ข้าเห็นทางตะวันออกไม่สงบเช่นกัน ! ”
รถม้าของเฟิงจื่อหรูเดินตรงไปทางตะวันออก ในเวลานี้กลุ่มของซวนเทียนฮั่วได้ผ่านเปิงโจวของเขตปกครองหลู่และจื่อโจวมาแล้ว ในไม่ช้าพวกเขาก็หยุดสามลี้นอกเขตเมืองของจื่อโจว
พราชายาหยุนนั่งอยู่ข้าง ๆ ซวนเทียนอั่ว ม่านปิดบังใบหน้าของนางขณะที่หมวกไม้ไผ่คลุมศีรษะ นางยกถ้วยชาที่เสี่ยวเอ้อนำมา ขณะที่นางจ้องที่ซวนเทียนฮั่ว นางกัดฟันของนาง นางถามว่า “ข้าจะดื่มนี้ได้อย่างไร ? ”
ซวนเทียนฮั่วมองนาง จากนั้นเอื้อมมือออกไปเพื่อยกม่านขึ้น พราชายาหยุนเงยหน้าขึ้นและเริ่มดื่มชา
แต่ซวนเทียนฮั่วรอมานาน แต่ไม่เห็นพราชายาหยุนขยับมืออันมีค่าของนางไปจับผ้าคลุมนี้ นางถือถ้วยชาในมือข้างหนึ