ล้ายกัน
วังซวนชี้ไปที่เป่ยฟูหรงแล้วมองความสูงของนาง เฟิงหยูเองเข้าใจทันทีแต่เซียงหรูเป็นเซียงหรู และฟูหรงเป็นฟูหรง การใช้ครอบครัวของตัวเองจะยอมรับได้ง่ายกว่า แต่นางสามารถขอร้องเป่ยฟูหรงได้หรือไม่?
ทุกคนที่ยืนรอบมึนงง อย่างไรก็ตามเป่ยฟูหรงดูเหมือนจะเข้าใจบางสิ่งบางอย่างแล้วถามเฟิงหยูเอง “เจ้าต้องการให้ข้าช่วยอะไรหรือไม่ ? อาเอง ! ” ทันใดนั้นนางตบไหล่ของเฟิงหยูเอง “เรามีความสัมพันธ์แบบไหนกันบ้าง ? จำเป็นต้องลังเลหรือ ? พูดมา ! ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรตราบใดที่เจ้าพูด ข้าจะอดทนต่อความยากลำบากใด ๆ โดยไม่หลีกเลี่ยงการเสียสละ ! ”
“จริงหรือ?” นางมองที่เป่ยฟูหรงอย่างจริงจัง “เรื่องนี้ค่อนข้างอันตรายจริง ๆ เจ้าแน่ใจหรือว่าเจ้าจะไม่ปฏิเสธที่จะเสียสละ ? ”
ริมฝีปากของเป่ยฟูหรงกระตุก “อาเอง เจ้าจะไม่บอกให้ข้าไปตายใช่หรือไม่ ? ”
“ไม่ใช่ แต่…” เฟิงหยูเองคว้าไหล่ของเป่ยฟูหรง “เราจะออกจากเมืองหลวงไปสักพัก แล้วเจ้าจะต้องลำบากมาก”
“เช่นนั้นหรือ ? ” เป่ยฟูหรงมองไปที่เฟิงหยูเองด้วยความไม่เชื่อเล็กน้อย“เจ้าพยายามดิ้นรนต่อสูดกับสิ่งเล็กน้อยเช่นนี้มานานแล้วใช่หรือไม่ ?ฟังข้าอาเอง นี่ไม่เหมือนเจ้า ! ไม่ใช่ว่าเจ้าไม่รู้จักนิสัยของข้า ข้าไม่ได้คิดถึงขุนนาง ท่านพ่อของข้าเป็นแค่ช่างฝีมือ ข้าต้องทนกับความยากลำบากมากมายตั้งแต่อายุยังน้อย นอกจากนี้การออกจากเมืองหลวงก็ดี ! ซวนเทียนเก้อถูกขังในพระราชวังทุกวัน หากไม่มีเจ