นั่นเป็นเพรำะข้ำไม่เคยเจออะไรที่หนักเกินไป และควำมรู้สึกของกำรเป็นเจ้ำของไม่ได้มำอย่ำงง่ำยดำย”
หลังจำกเข้ำมำในเมืองหลวง องครักษ์เงำก็แยกย้ำยกันไปในขณะที่มุ่งหน้ำไปยังต ำหนักหยู เป่ยจื่อขับรถขนส่งน ำกลุ่มไปทำงคฤหำสน์เหยำเป็นผลให้พวกเขำไปเสียเที่ยว บ่ำวรับใช้ของคฤหำสน์เหย้ำกล่ำวว่ำ“ท่ำนใต้เท้ำเหยำเข้ำไปในพระรำชวังขอรับ ท่ำนถูกฮ่องเต้เรียกไปดื่มเหล้ำองุ่นขอรับ” ค ำพูดที่กล่ำวนั้นถูกฝึกฝนอย่ำงมำก เห็นได้ชัดว่ำสิ่งเหล่ำนี้กลำยเป็นเรื่องธรรมดำไปหมด
เฟิงหยูเองพูดไม่ออก ระหว่ำงเดินทำงไปที่พระรำชวัง นำงพูดกับซวนเทียนหมิงว่ำ “เจ้ำช่วยเสด็จพ่อไม่มัดท่ำนปู่ของข้ำหรือไม่ ? เมื่ออำยุมำกพวกเขำไม่สำมำรถดื่มได้มำกขนำดนั้น”
ซวนเทียนหมิงกล่ำว “ถ้ำข้ำอยู่ในเมืองหลวง ข้ำจะสำมำรถควบคุมมันได้ แต่เมื่อข้ำออกนอกเมืองหลวง เขำจะเป็นเจ้ำนำย”
เฟิงจื่อหรูรู้สึกงงงวย และถำมว่ำ “ฮ่องเต้ไม่ใช่เจ้ำนำยตั้งแต่ต้นด้วยหรือขอรับ ? ”
เฟิงหยูเองบอกเขำว่ำ “ทุกคนมีจุดอ่อน ด้วยกำรน ำเสนอของพี่เขยของเจ้ำ เขำรู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อยในฐำนะเจ้ำนำย”
ซวนเทียนหมิงกล่ำวเสริม “ในควำมเป็นจริงแม้ว่ำข้ำจะไม่ได้เป็นเจ้ำนำย ในพระรำชวังก็ไม่เคยมีเขำ นอกจำกนี้ยังมีเสด็จแม่คอยดูแลเขำอยู่”
ค ำพูดเหล่ำนี้ได้รับกำรตรวจสอบเมื่อพวกเขำมำถึงทำงเข้ำห้องโถงสวรรค์ เมื่อพวกเขำเห็นบ่ำวรับใช้จำกต ำหนักศศิเหมันต์พูดคุยกับจำงหยวน “พราชำยำของเรำกล่ำวว่ำได้กลิ