ปกติหรือเจ้าคะ”
ในที่สุดเหยาซื่อก็ถอนสายตาที่เย็นชาของนางจากเฟิงหยูเองและจ้องมองที่เตียงอย่างว่างเปล่า หลังจากนั้นไม่นานในที่สุดนางก็กล่าวด้วยน ้าเสียงเย็นชา “ขอบใจสำหรับความมีน ้าใจของเจ้า ข้าจะไม่กลับไปที่คฤหาสน์ขององค์หญิงตอนนี้ ท่านพ่อของข้ากลับสู่เมืองหลวงแล้ว ข้าจะอยู่กับท่านพ่อ ข้าไม่มีความสามารถที่จะแก้แค้นให้กับบุตรสาวของข้าเอง และข้าไม่ต้องการผลักดันความรับผิดชอบนี้ให้กับเจ้า เจ้าคือคนที่จะทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ให้สำเร็จ หากไม่มีข้า เจ้าจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระมากขึ้น”
ทันใดนั้นมือของเฟิงหยูเองก็สั่นและความหนาวเย็นเติมเต็มร่างกายของนาง ความเย็นทำให้ฟันของนางเริ่มสั่น
“ท่านแม่ ท่านกำลังพูดอะไร ? ลูกไม่เข้าใจ”
เหยาซื่อมองนางอีกครั้ง ขมวดคิ้วเล็กน้อย นางมองเฟิงหยูเองอย่างจริงจัง แต่ในตอนท้ายนางยังคงส่ายหน้าและถอนหายใจอย่างขมขื่น“บุตรสาวของข้าตายไปแล้ว”
เฟิงหยูเองอยากจะบ้าแล้วก็กรีดร้องว่า “ไม่ ! ข้าเป็นบุตรสาวของท่าน !ข้าเป็นบุตรสาวของท่านแม่ ! ” ในขณะที่กรีดร้องนางรู้สึกถึงใบหน้าของนางเอง นางชี้ไปที่ใบหน้าของนางแล้วพูดกับเหยาซื่อ “ดูสิ ลองดูดี ๆต่างกันอย่างไร ทำไมท่านแม่ถึงพูดว่าข้าไม่ใช่บุตรสาวของท่าน ? ข้าคืออาเอง ! ข้าเป็นตัวจริง ข้าเป็นตัวจริง ! ” ในตอนท้ายนางกรีดร้องด้วยเสียงแหบห้าว “ท่านแม่ ทำไมท่านแม่จำข้าไม่ได้ ทำไมท่านแม่จำข้าไม่ได้ ! ”
เป็นครั้งแรกที่นางเริ่มร้องไ