ช้ชีวิตอย่างไร้ค่าเลย”
เฟิงเฟินไดกลัวเล็กน้อยถามด้วยความสับสน “เจ้าหมายถึงอะไร ? ”
เฟิงหยูเองไม่ตอบ นางยัดแส้กลับเข้าไปในแขนเสื้อของนางแล้วมองไปที่เด็กในอ้อมแขนของนาง เด็กมีผิวคล ้ามากและเด็กลืมตาได้มากกว่าเมื่อวาน เด็กมีดวงตาหงส์ซึ่งยาวและเฉียงขึ้น ใครจะรู้ว่าทำไม แต่เด็กที่ร้องไห้กลับเงียบเมื่อเฟิงหยูเองอุ้ม ไม่เพียงแต่จะหยุดร้องไห้เท่านั้น แต่ยังลืมตาด้วยความยากลำบากอย่างมากในการดูว่าใครกำลังอุ้มเขาอยู่
เดิมทีเฟิงหยูเองอารมณ์ไม่ดี หลังจากโต้เถียงกับองค์ชายห้า นางก็ออกจากห้องนั้นด้วยความโกรธ นางต้องการเดินไปรอบ ๆ แต่คฤหาสน์ใหม่ของตระกูลเฟิงเป็นสิ่งที่นางไม่คุ้นเคย ในที่สุดนางก็มาถึงที่เรือนของเฟิงเฟินได
อารมณ์แบบนี้แยกย้ายกันไปจากรูปลักษณ์ที่จริงจังที่มาจากดวงตาของเด็กแรกเกิด นางเอื้อมมือไปที่ใบหน้าเล็ก ๆ แล้วแกล้งเขาโดยกล่าวว่า“ถึงเจ้าจะยังเล็ก แต่เจ้าก็รู้วิธีประเมินผู้คนแล้ว”
มุมริมฝีปากของเด็กขดเป็นรอยยิ้มจากการถูกล้อ
เฟิงหยูเองยิ้มไปพร้อมกับเขา ขณะที่นางได้ยินเฟิงเฟินไดพูดจากตรงหน้านางด้วยน ้าเสียงปราชดปราชัน “พี่รองรู้วิธีเลี้ยงบุตรจริง ๆ ลองเอาเด็กคนนี้กลับไปเลี้ยงเองหรือไม่ ! เจ้าใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับศิลปะการต่อสู้และอาวุธ หากมีวันหนึ่งที่เจ้าไม่สามารถมีบุตรได้ ไม่ว่าในกรณีใดเจ้าจะมีบุตรบุญธรรมได้”
เมื่อเฟิงเฟินไดพูด รอยยิ้มของเด็กก็หายไป ริมฝีปากของเขาแยกจากกันและมันก็พร้