พื่อจ่ายหนี้”
เฟิงจินหยวนไม่ได้คัดค้านและพยักหน้าโดยไม่คิดยอมรับการจัดการ
เฟิงหยูเองมองไปรอบ ๆ คนในห้องที่ทุกคนมีความคิดของตัวเอง นางเย้ยหยันตัวเองแล้วกล่าวว่า “เรือนทั้งสองหลัง หลังหนึ่งจะมอบให้เซียงหรู และอีกหนึ่งหลังจะมอบให้เฟินได สิ่งนี้จะถูกใช้เพื่อเป็นสินเดิมของพวกนางเมื่อพวกนางแต่งงาน” หลังจากพูดอย่างนี้นางดึงมือของเฟิงจื่อหรูและเฟิงเซียงหรูกลับเรือนตงเซิง
เฟิงเซียงหรูกล่าวกับนางว่า “พี่รอง เรือนทั้งสองหลังเป็นสิ่งที่พี่รองจ่ายเงินให้ เซียงหรูจะไม่รับมันไว้เจ้าค่ะ”
เฟิงหยูเองไม่ได้มีความตั้งใจที่ยิ่งใหญ่ นางจับมือเฟิงเซียงหรูแล้วกล่าวว่า “ในเมื่อข้ามอบให้ เจ้าก็แค่ยอมรับมัน ในอนาคตไม่ว่าเจ้าจะแต่งงานกับใคร การมีสินเดิมจำนวนมากจะดีกว่า และเจ้าจะไม่ถูกกลั่นแกล้งจากคนในครอบครัวของสามี หากท่านย่ายืมเงินมาเพื่อตัวเอง ข้าจะไม่ช่วยอะไรเลย อย่างไรก็ตามท่านย่ามีความตั้งใจดี ท่านย่ายืมเงินมาเพื่อช่วยหลาน ๆ ให้มีบ้านใหม่ของพวกเขา ย้อนกลับไปเมื่อเรากลับไปที่มณฑลเฟิงตง ท่านผู้เฒ่าได้ปฏิบัติต่อข้าอย่างดี การใช้จ่ายเงินจำนวนนี้ไม่ใช่การสูญเสีย”
ด้วยการที่เฟิงหยูเองกล่าวเช่นนี้ เฟิงเซียงหรูจึงไม่สามารถหาข้อโต้แย้งเพื่อปฏิเสธได้อีกต่อไป ดังนั้นนางพยักหน้าและกล่าวอย่างจริงใจว่า“ขอบคุณพี่รองเจ้าค่ะ”
ทั้งสามกลับไปที่เรือนตงเซิง และเฟิงจื่อหรูรีบไปข้างหน้าเมื่อก้าวเข้ามาในคฤหาสน์ เฟิงหยูเองเงยหน