ำงก็เปล่งเสียง “โอ้”“ตวนมู่…อะไรนะ ? ”
เฟิงจินหยวนเผชิญกับปัญหำใบหน้ำ “ชิง, ตวนมู่ชิง”
จำกนั้นนำงก็พยักหน้ำ อย่ำงไรก็ตำมนำงไม่ได้พูด นำงกลับมองดูเหมือนว่ำนำงก ำลังรออะไรอยู่
ตวนมู่ชิงเหมือนกัน และสำยตำของเขำก็ถือกลิ่นอำยหนำวเหน็บที่ดูเหมือนมำจำกทำงเหนือ เช่นนี้ทั้งสองจ้องมองกันและกันโดยไม่พูดอะไรเลย
แต่เฟิงหยูเองไม่สนใจและไม่แยแส ในขณะที่ตวนมู่ชิงมองดูไม่เป็นมิตรในกำรประกวดครั้งนี้ ผู้ชนะและผู้แพ้จะถูกตัดสินด้วยตนเอง
เฟิงจินหยวนรู้สึกว่ำเขำไม่สำมำรถปล่อยให้เรื่องนี้ด ำเนินต่อไปได้ดังนั้นเขำจึงพูดกับเฟิงหยูเองว่ำ “อำเอง รองแม่ทัพมำไกล และเป็นแขก”
เฟิงหยูเองยังไม่พูด แต่วังซวนอยู่ข้ำงหลังนำงที่พูดว่ำ “เสนำบดีเฟิง ไม่ว่ำเขำจะอยู่ไกลแค่ไหน เขำก็ยังคงเป็นขุนนำงของรำชวงศ์ชุน รองแม่ทัพภำคเหนือเป็นขุนนำงขั้นสี่ ท ำไมเขำไม่ท ำตัวอย่ำงเหมำะสม เมื่อพบองค์หญิงขั้นสองของมณฑล”
ในเวลำนี้ในที่สุดตวนมู่ชิงก็เคลื่อนไหว อย่ำงไรก็ตำมมันเป็นเพียงเสียงเย็นชำพูดกับวังซวน “เนื่องจำกองค์หญิงแห่งมณฑลมีควำมรู้ในสิ่งที่เหมำะสม ท ำไมบ่ำวรับใช้ขององค์หญิงจึงไม่เหมำะสม ? เจ้ำจะไม่คุกเข่ำเมื่อเห็นขุนนำงผู้นี้หรือ ? ”
วังซวนจะกลัวเขำได้อย่ำงไร ขณะที่นำงพูดทันทีว่ำ “ในฐำนะบ่ำวรับใช้เรำต้องติดตำมเจ้ำนำยของเรำ ไม่ใช่ว่ำมีบำงคนยืนอยู่ข้ำงหลัง รองแม่ทัพไม่รู้ถูกผิดหรือ ? ”
ค ำพูดของวังซวนท ำให้ตวนมู่ชิงเกือบหำยใจไม่ออก