ากค้างเพื่อสูดอากาศ เมื่อเห็นชายแขนเสื้อของฮ่องเต้ถูกงับติดอยู่กับประตูตำหนัก เขารู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย ดังนั้นเขาจึงตะโกนเสียงดังที่ประตู“พราชายาหยุน ฝ่าบาททรงหวาดกลัวอย่างแน่นอนในวันนี้เพราะพราชายาหยุนมาถึงในเวลาที่เหมาะสม ฝ่าบาทมาถึงทางเข้าตำหนักของท่านแล้ว ไม่ว่าอย่างไรก็เชิญฝ่าบาทเข้าไปดื่มชาเถิดพะยะค่ะ ! พราชายาหยุน ! ได้ยินหรือไม่พะยะค่ะ”ฮ่องเต้ฟังสิ่งที่จางหยวนตะโกนและรู้สึกอับอายเล็กน้อย เขาดึงตัวจางหยวนและตำหนิว่า “เจ้าทำอะไร ? ”จางหยวนพูดอย่างไม่พอใจ “พวกเขารังแกกันเกินไป”ในขณะที่พูดสิ่งนี้ เขาช่วยฮ่องเต้ดึงแขนเสื้อที่ติดอยู่ออก แต่ประตูตำหนักศศิเหมันต์ปิดแน่นเกินไป ไม่ว่าอย่าไรก็ไม่สามารถดึงออกมาได้ฮ่องเต้ดุเขา “มันมีความสำคัญกับเจ้าหรือ ? ข้าสนุกกับการถูกรังแก มันจะเป็นอะไรไป ? ”จางหยวนกล่าวว่า “บ่าวรับใช้คนนี้แค่กังวลว่าฝ่าบาทจะขายพระพักต์พะยะค่ะ!”ฮ่องเต้เงยหน้าขึ้นมองปลอบใจตนเองว่า “หากมีการขายหน้าก็ต้องขายหน้า หลังจากหลายปีที่ผ่านมาข้าคุ้นเคยกับมัน ใช่แล้ว” เขามองกลับไป และถามจางหยวน “อาเองอยู่ไหน ?นางไม่ได้ตามเรามาหรือ ? ”จางหยวนกล่าวว่า “ฝ่าบาท ! องค์หญิงแห่งมณฑลเรียกฝ่าบาทว่าเสด็จพ่อ และองค์หญิงเรียกพราชายาหยุนว่าเสด็จแม่ เพียงแค่ตอนนี้องค์หญิงได้ช่วยฝ่าบาทแล้วพะยะค่ะ แต่ฝ่าบาททำให้เป็นเช่นนี้ ถ้าองค์หญิงมาตอนนี้ องค์หญิงจะอธิบายต่อพราชายาหยุนอย่างไรในภายหน้าพะย