ีเส้นเลือดปูดขึ้นบนหน้าผากของฮ่องเต้ “เอาล่ะ พวกเจ้าสองคนไม่สนุกเลย” เมื่อพูดอย่างนี้เขามองออกไปนอกหน้าต่าง “ท้องฟ้าเริ่มมืดหรือยัง ? ”จางหยวนตอบว่า “มืดนานแล้วพะยะค่ะ”ฮ่องเต้ไม่สามารถนั่งนิ่ง ๆ ได้ “เจ้าจะไปรับพวกเขามา มืดแล้ว อย่าให้นางล้ม”จางหยวนมองฮ่องเต้อย่างไร้ประโยชน์ หลังจากคิดประโยคที่จะพูดเป็นเวลานาน ในที่สุดเขาก็พูดว่า “ฝ่าบาท ไม่ใช่บ่าวรับใช้คนนี้ทำร้ายพระทัยของฝ่าบาท แต่ฝ่าบาทกำลังคิดมากเกินไป ไม่แน่ว่าพราชายาหยุนจะมาหรือไม่ ยิ่งกว่านั้นแม้ว่านางจะมา ก็จะมีบ่าวรับใช้แบกเกี้ยวมา นางคงไม่หกล้มพะยะค่ะ”ฮ่องเต้จ้องมาที่เขา “ถ้าเจ้าบอกว่านางจะไม่มาหา ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไร แต่เราอยู่ในสภาพเช่นนี้แล้ว! นางจะไม่มาได้อย่างไร”จางหยวนเริ่มทะเลาะกับเขา“ในอดีตฝ่าบาทเคยตกเป็นเหยื่อของการลอบสังหาร ! ในช่วงเวลานั้นนางมาด้วยหรือพะยะค่ะ ? ”“มันแตกต่างกัน ครั้งนี้เป็นคนจากเฉียนโจว และเรื่องนี้ได้เกิดขึ้นจริง นางจะไม่คิดเรื่องนี้ไม่ได้”จางหยวนไม่ทะเลาะกับเขาอีกต่อไป เขารู้ว่ามันจะไร้ประโยชน์ พระทัยของฮ่องเต้ชราผู้นี้ทุ่มเทไปที่ตำหนักศศิเหมันต์เพียงแห่งเดียว แต่ด้วยนิสัยของนางทำให้มันยากที่จะพูดอะไรบางอย่างแน่นอน เขาเพียงแค่ย้ายไปที่ด้านข้างของเฟิงหยูเอง และพูดอย่างเงียบ ๆ “เช่นนั้นเราก็ไม่มีอะไรจะทำ องค์หญิงแห่งมณฑล เราจะเดิมพันกันอย่างไรพะยะค่ะ? ”ทันใดนั้นฮ่องเต้ก็โยนหมอนของเขา “บังอาจ