ับไปที่ท่านฮูหยินใหญ่ ข้าส่งคนไปตามหมอแล้วเจ้าค่ะ”คังอี้ยืนขึ้นแล้วมองเฟิงจินหยวน “ท่านพี่จะทำอย่างไรกับเรื่องนี้เจ้าคะ ? ”เฟิงจินหยวนถอนหายใจ “ข้าจะทำอะไรได้ ? เป็นไปได้หรือไม่ที่เราควรไปหาองค์ชายเก้าเพื่อรายงานกับเรื่องที่เกิดขึ้น ? พระองค์เคยมีเหตุผลหรือไม่ ? หรือข้าต้องไปที่พระราชวังเพื่อกราบทูลเรื่องนี้แก่ฮ่องเต้” เมื่อใดก็ตามที่พูดถึงองค์ชายเก้า ฮ่องเต้ก็ไม่มีเหตุผลฮูหยินผู้เฒ่าโกรธมากจนน้ำตาคลอด “หลานชายที่ยังไม่เกิดของข้า ! ”คังยี่มองไปที่ฮันชิอีกครั้งจากนั้นจึงสั่งบ่าวรับใช้ “รีบไปที่ห้องเก็บของ และนำไม้วอร์มวูดมาเผา เราไม่สามารถหาข้อสรุปใด ๆ ได้ในขณะนี้ ไม่ว่าในกรณีใดเราต้องรอให้หมอมาถึงก่อนรีบไปเอาไม้มาเร็ว ! ”ความตั้งใจที่แน่วแน่ของคังอี้นั้นทำให้ความหวังของฮูหยินผู้เฒ่ามีความหวัง แต่ถึงแม้ทุกคนจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อรักษาเด็ก แต่หัวใจของพวกเขาก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างแท้จริงเฟิงเฟินไดเฝ้าดูคังอี้กำกับบ่าวรับใช้ในฐานะฮูหยินใหญ่ ความโกรธที่นางไม่สามารถระบายกับซวนเทียนหมิงนั้นได้พุ่งตรงไปหาคังอี้ นางจ้องเขม็งที่คังอี้จากนั้นก็เริ่มกรีดร้องเสียงดัง “หยุดทำตัวเป็นคนดีได้แล้ว ! องค์หญิงใหญ่ ท่านไม่สามารถสั่งสอนบุตรสาวของตัวเองได้ ! ถ้าไม่ใช่เพราะนางทำให้องค์ชายเก้าขุ่นเคือง พระองค์จะมาที่คฤหาสน์หรือ ? ”ไม่มีสิ่งใดที่คังอี้พูดได้ เรื่องนี้เกิดจากรุ่ยเจียแน่นอน เมื่อเฟิง