งเท่านั้น นางยังพูดอย่างใจดีกับนางด้วยว่า “ข้าไม่รู้จะช่วยยังไง นับจากวันนี้เป็นต้นไปหากเจ้าต้องการอะไรเจ้าต้องบอกข้า ตอนนี้เราเป็นครอบครัวเดียวกัน เราต้องดูแลบุตร ๆ ของตระกูลเฟิงด้วยกัน”ฮูหยินผ็เฒ่าดูการกระทำและการแสดงออกของคังอี้ และนางก็พอใจมาก นางพยักหน้าซ้ำ ๆเมื่อเห็นว่าฮันชินั่งลงแล้ว คังอี้ก็ปล่อยมือไปในที่สุด เมื่อกลับไปที่กลางห้องโถง นางได้รับน้ำชาจากบ่าวรับใช้และก้าวไปข้างหน้าอย่างใจเย็น คุกเข่าต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่า “ลูกสะใภ้ยกน้ำชาให้ท่านแม่ เมื่อแต่งงานกับตระกูลเฟิง ข้าก็กังวลกับเรื่องของตระกูลเฟิงเท่านั้น ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปคังอี้ไม่ได้เป็นองค์หญิงใหญ่ของเฉียนโจวอีกต่อไป ข้าจะเป็นแค่ลูกสะใภ้ที่ดูแลท่านแม่” พูดอย่างนี้นางยกถ้วยชาขึ้นเหนือหัวนางแล้วก้มลงเล็กน้อยโต๊ะของฮูหยินผู้เฒ่าสูงเกิน แม้ในความฝันของนางก่อนหน้านี้นางไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันหนึ่งที่องค์หญิงใหญ่ของเฉียนโจวจะพูดกับนางเช่นนี้ และนางก็เรียกมารดา ความเคารพแบบนี้ไม่ว่าจะมีการพูดกันว่า เป็นเรื่องที่ได้หน้าอย่างมาก !นางยิ้มและรับถ้วยชา นางจิบนางวางมันไว้บนโต๊ะแล้วไปช่วยคังอี้ นางชื่นชมนางซ้ำ ๆ “เจ้าเข้าใจจริง ๆ”“ขอบคุณท่านแม่สำหรับคำชมเจ้าค่ะ” คังอี้ได้ละทิ้งสถานะองค์หญิงใหญ่ของนางอย่างสมบูรณ์ ด้านหน้าฮูหยินผู้เฒ่านางทำตัวเหมือนคนธรรมดา และนี่เองที่ทำให้ฮูหยินผู้เฒ่ารู้สึกร่าเริง“ข้าได้ยินเกี่ยวกับสิ่งที่เกิด