ที่อยู่ด้านข้างก็ออกมาข้างหน้าและถือชุดราชสำนักกลับ
ยายจาวช่วยพยุงฮูหยินผู้เฒ่าลุกขึ้นมาจากนั้นมอบถุงเงินเล็ก ๆ ให้กับขันทีที่นำพระราชโองการมา ขันทีก็โยนถุงเงินเล็กน้อยจากนั้นก็พูดด้วยความพึงพอใจ “ขอแสดงความยินดีกับท่านฮูหยินผู้เฒ่าเฟิง ท่านฮูหยินผู้เฒ่ามีคำข้อซักถามเพิ่มเติมหรือไม่ หากไม่มีเราก็จะกลับพระราชวัง”
ฮูหยินผู้เฒ่าพูดอย่างรวดเร็วว่า “เราทำให้ท่านต้องลำบากเชิญท่านเข้าไปเดิมชาก่อน”
“อ่า ! ไม่เป็นไร ! เราจะต้องกลับแล้ว ! ” ขันทีไม่ได้อยู่ต่อหลังจากประกาศพระราชโองการและรับรางวัล เขาก็จากไปอย่างรวดเร็ว
เฟิงหยูเองมองพระราชโองการของฮ่องเต้ในมือของฮูหยินผู้เฒ่าและต้องการหัวเราะ นางเกือบจะนึกภาพออกว่าที่ฮ่องเต้จะต้องหงุดหงิดเมื่อส่งพระราชโองการนี้มา มันเป็นพระราชโองการง่าย ๆ ที่มีเพียงไม่กี่ตัวอักษร เห็นได้ชัดว่าฮ่องเต้ไม่ต้องการมอบตำแหน่งนี้
เมื่อพิจารณาถึงกรณีนี้ เฟิงจินหยวนไม่ได้ขอตำแหน่งให้กับมารดาของเขาหลังจากผ่านมาหลายปี นี่ก็เพียงพอแล้วสำหรับฮ่องเต้ที่จะเห็นว่าครอบครัวของเสนาบดีคนนี้ไม่คุ้มค่าที่จะเหลือบมอง เขาไม่ได้ทำมันเร็วหรือช้าเกินไป เขารอจนกระทั่งจะแต่งคังอี้เข้าคฤหาสน์จึงมอบตำแหน่งนี้ให้แม้ว่านางจะคิดด้วยนิ้วหัวแม่เท้าของนาง นางก็ยังคิดออกว่าตำแหน่งนี้ได้มาอย่างไร
แน่นอนหลังจากขันทีออกไป แต่บ่าวรับใช้ในพระราชวังที่มาด้วยกันก็ไม่ได้จากไป หัวหน้าเดินหาฮูหยินผู้เฒ่าและ