าสน์กันดีกว่า”
เฟิงจินหยวนไม่ต้องการจากไป เขาสามารถบอกได้ว่าเฟิงหยูเองมีความได้เปรียบในสถานการณ์นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาต้องการเห็นบุชงพ่ายแพ้ แต่เมื่อเขาเห็นใบหน้าของคังอี้ที่ซีดจากความหนาวเย็น เขารู้สึกเป็นทุกข์
“กลับไปที่คฤหาสน์กันเถอะ” เขาแสดงความเห็นอกเห็นใจและพูดออกมา จากนั้นเขากมอบเสื้อคลุมของเขาให้รุ่ยเจียก่อนจะไปช่วยเฟิงหยูเอง “อาเองกลับบ้านกันเถอะ”
“เจ้าค่ะ ! ” นางพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริงแจ่มใส พูดกับบุชงว่า“ถ้าแม่ทัพมีไข้ ท่านต้องไม่เข้าไปในพระราชวังกราบทูลรายงานต่อฮ่องเต้ ร้านห้องโถงสมุนไพรตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามถนน ท่านสามารถเข้ารับการตรวจรักษาและรับยาได้เนื่องจากเราทุกคนรู้จักมักคุ้นกัน วังหลิน” นางบอก เมื่อวังหลินปฏิบัติตาม และเฟิงหยูเองพูดต่อ “มอบส่วนลดสองในสิบส่วนให้กับแม่ทัพบุ” จากนั้นนางก็หันหลังกลับออกไป
หลังจากกลุ่มได้กลับไปที่รถม้าของพวกเขาและจากไป หลี่คุนซึ่งถูกทิ้งไว้ข้างหลังจ่ายเงินค่าเกี๊ยว จากนั้นเขาก็มองที่บุชงก่อนออกเดินทางกับบ่าวรับใช้ของเขา
แต่เฟิงหยูเองไม่รู้เรื่องนี้ หลังจากที่นางปีนขึ้นไปบนรถม้านางได้รับเกี๊ยวที่หวงซวนซื้อมาและเริ่มกิน กลิ่นหอมนั้นทำให้เฟิงจินหยวนรู้สึกหิว เขาอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายจากนั้นเขาก็มองที่เฟิงหยูเองและเห็นว่านางมีกำลังยุ่งกับการทานเกี๊ยวของนาง ดังนั้นเขาจึงอดไม่ได้ที่จะดุนาง “เจ้าเป็นเด็กผู้หญิง เจ้าต้องมีมารยาทที่ดี ทำไมเจ้าถ