ยก่อนแล้วจึงเอานางมาวางไว้ที่นี่”
ยี่หลินยังกล่าวอีกว่า “ลานเล็ก ๆ แห่งนี้อยู่ห่างไกล ตอนนี้มันเป็นฤดูหนาว มันผ่านมาหลายเดือนแล้วตั้งแต่คุณหนูใหญ่อยู่ที่นี่ ! ”
เฟิงเซียงหรูไม่ได้พูดอะไรตลอดเวลายืนอยู่ข้าง ๆ และดู ไม่ว่านางจะมองยังไงนางรู้สึกว่าพี่ใหญ่มีพิรุธ ดังนั้นนางจึงอดไม่ได้ที่จะดึงแขนเสื้อของอันชิ “ท่านแม่ เป็นพี่ใหญ่ที่โกหกใช่หรือไม่เจ้าค่ะ”
ก่อนที่อันชิสามารถตอบสนองได้ เฟิงจื่อหรูที่ได้ยินจากด้านข้างและตอบก่อน “ใบหน้าของพี่ใหญ่ซีดและนางก็กระพริบตาถี่ ๆ นางตัวสั่นด้วย สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่านางกำลังโกหก”
อันชิมองเฟิงจื่อหรู นางได้แต่ชมเชยว่า “เจ้าสมกับเป็นน้องชายของคุณหนูรอง พวกเจ้าเหมือนกันจริง ๆ แม้แต่วิธีที่เจ้าพูดก็เหมือนกัน”
เฟิงจื่อหรูคำนับขอบคุณอันชิ “ขอบคุณสำหรับคำชมของแม่รองอันขอรับ” สิ่งนี้ทำให้อันชิยิ้มกว้างมากขึ้น
ในเวลานี้พวกเขาได้ยินเฟิงหยูเองพูดว่า “ทุกคนดู ! ” นางกำลังยื่นมือออกมาและจับแก้มของศพเพื่อให้เปิดปาก “มองเข้าไปในปากของนาง มีบางอย่างอยู่ข้างใน”
ทุกคนมองไปที่นั้นและพอเห็นสิ่งที่คล้ายลูกบอลอยู่ในนั้นเฟิงหยูเองเอื้อมมือขวาเข้าไปในแขนเสื้อของนางแล้วดึงคีมไม้คู่หนึ่งออกมาจากมิติของนาง เอามันเข้าไปในปากของศพนางดึงวัตถุออก เฟิงเซียงหรูพูดอย่างตกใจ “ถุงเงิน ! ”
คนอื่น ๆ ก็เห็นว่าเป็นถุงเงิน แต่พวกเขาไม่รู้ว่าเหตุใดผู้ตายถึงมีถุงเงินอยู่ในปาก
ท