งหยูเองกล่าวว่า “เปิดหลักฐาน เอาให้ท่านย่ากับพี่ใหญ่ดูสิ”
“เจ้าค่ะ” หวงซวนปฏิบัติตามและวางสิ่งของไว้ในมือของนางดึงผ้าสีดำออก วางกรงไว้ข้างหน้าทุกคน
ฮูหยินผู้เฒ่าดูในกรงแล้วถอยกลับด้วยความกลัว เกือบจะทำให้นางล้มลง ! โชคดีที่มีบ่าวรับใช้คนหนึ่งคอยประคองนางแต่สิ่งนี้ทำให้นางรู้ว่าร่างกายทั้งหมดของฮูหยินผู้เฒ่าสั่นด้วยความกลัว
ไม่เพียงแต่ฮูหยินผู้เฒ่าเท่านั้นที่สั่น แต่พวกบ่าวรับใช้ก็ยังสั่นเพราะในกรงมีเหยี่ยว และมันมีขนาดใหญ่เกือบเท่าเฟิงจื่อหรูจงอยปากแหลมของมันคือความยาวครึ่งหนึ่งของมือเด็กเล็กแม้ว่ามันจะนอนอยู่ในกรงโดยที่หลับตา มันก็ยังทำให้ใจของผู้คนสั่นเทาด้วยความกลัว
“นี่คือ… นี่…” ฮูหยินผู้เฒ่าตอบโต้ทันที “นี่คือเหยี่ยวที่ทำร้ายเจ้าหรือ ? ”
คำสามคำเหล่านี้ทำให้เฟิงเฉินหยูลุกขึ้นนั่งบนเตียงทันที เมื่อมองไปที่กรงด้วยความสยองขวัญราวกับว่านางได้เห็นภูตผีแล้วยี่หลินพยุงนางนอนลงเพราะกลัวว่านางจะพูดอะไรบางอย่างที่ไม่ควรพูด นางจึงพูดซ้ำๆ ว่า “คุณหนูสงบสติอารมณ์เจ้าค่ะ แม้ว่าเหยี่ยวนั้นจะทำให้คุณหนูได้รับบาดเจ็บ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือร่างกายของคุณหนู คุณหนูต้องไม่โกรธเจ้าค่ะ! ”
เมื่อได้ยินนางพูดอย่างนี้ ทุกคนเชื่อว่าการกระทำของเฟิงเฉินหยูนั้นเหมือนพบศัตรู นี่คือสิ่งที่สามารถเข้าใจได้ แต่มีเพียงเฟิงหยูเองเท่านั้นที่รู้ว่าเฟิงเฉินหยูอาจกำลังจะเป็นบ้าจากการเห็นเหยี่ยว ซึ่งนางคิดว่าบินหนีไ