เขาเขียนใบสั่งยาเพื่อช่วยให้เจ้านอนหลับ อย่าได้เป็นเช่นนี้ต่อไป เท่าที่ข้าเห็น เจ้าดูซูบผอมไป”
ยี่หลินตอบแทนเฟิงเฉินหยูอย่างรวดเร็ว “ท่านฮูหยินผู้เฒ่าคงไม่รู้ คุหนูใหญ่ได้คัดลอกบทสวดมนต์ที่วัดทุกคืนจนถึงรุ่งสาง คุณหนูทำเสร็จแล้วครึ่งหนึ่งเจ้าค่ะ”
“เร็วมาก ? ” ฮูหยินผู้เฒ่าตกตะลึงอย่างแท้จริง และท่าทางเดือดเนื้อร้อนใจของนางก็ยิ่งเด่นชัดกว่าเดิม “ข้าลงโทษเจ้าด้วยการคัดลอกบทสวดมนต์ 100 จบ แต่ข้าไม่ได้บอกว่าเจ้าต้องใช้เวลากี่วันในการคัดลอกมาส่ง ทำไมเจ้าต้องรีบทำเช่นนี้ ? ”
เฟิงเฉินหยูยืนขึ้นและโค้งคำนับฮูหยินผู้เฒ่าโดยกล่าวว่า“หลานสาวไม่รู้สึกว่านี่เป็นความยากลำบาก การคัดลอกบทสวดมนต์เป็นสิ่งที่ทำให้ใจสงบ นอกจากนี้ท่านพ่อจะกลับมาเร็ว ๆ นี้ เฉินหยูจึงคัดลอกบทสวดมนต์ขณะสวดอ้อนวอนขอให้ท่านพ่อโชคดี และท่านพ่อจะได้เดินทางกลับอย่างปลอดภัย”
คำพูดเหล่านี้มีความเหมาะสมและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ซึ่งทำให้ฮูหยินผู้เฒ่ามีความสุข
แต่เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าเริ่มมีความสุข ฮันชิและเฟิงเฟินไดก็รู้สึกไม่พอใจ เฟิงเฟินไดพูดจาเย้ยหยันว่า “ท่านพี่รู้วิธีพูดได้ดีจริงๆ แท้จริงแล้วท่านพี่ถูกลงโทษ แต่ท่านพี่ทำให้ดูเหมือนว่าท่านพี่เป็นคนมีน้ำใจ”
“พอได้แล้ว ! ” ฮูหยินผู้เฒ่าเกลียดการโต้เถียงของเฟิงเฟินได บวกกับการที่นางไม่สามารถเชื้อเชิญพ่อครัวหลวงมาได้อย่างที่นางรับปาก ฮูหยินผู้เฒ่าจึงไม่พอใจเฟิงเฟินไดมากยิ่งขึ้น “ถ้าเจ้าส