ถม้า”
หวงซวนเข้าใจความรู้สึกของนาง และรีบออกจากรถกลับไปที่โรงเตี้ยมอย่างรวดเร็ว
ไม่นานเด็กผู้น่าสงสารผู้รออยู่ข้างนอกร้านอาหารถูกนำตัวขึ้นรถ
เด็กหญิงกลัวเล็กน้อยเมื่อมองไปที่เฟิงหยูเองและหวงซวนนางก็ไม่รู้จะพูดอะไร เมื่อคิดเพียงเล็กน้อยนางก็คุกเข่าแล้วพูดด้วยท่าทางที่อ่อนน้อม “ขอบคุณผู้อุปถัมภ์สองคนของข้าสำหรับข้าวและขาไก่” เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ นางหายใจเข้า กลิ่นหอมของอาหารที่ลอยอบอวลอยู่ในรถเกือบทำให้เด็กเริ่มน้ำลายไหล
หวงซวนยิ้ม และลูบหัวของนาง “เจ้าชื่ออะไร”
เด็กหญิงตัวน้อยตอบ “ข้าชื่อซุ่ยหลิงเจ้าค่ะ”
“ซุ่ยหลิง” เฟิงหยูเองเอียงศีรษะแล้วถามนางว่า “เจ้านั่งอยู่ข้างนอกร้านอาหารทุกวันเพื่อรอให้คนเอาข้าวให้เจ้าหรือ ? ”
ซุ่ยหลิงพยักหน้า “เจ้าค่ะ”
หวงซวนไม่เข้าใจ “ทำไมเจ้าไม่ไปขอล่ะ ? ”ซุ่ยหลิงกล่าวว่า “ถ้าข้าทำอย่างนั้นข้าก็จะกลายเป็นขอทานแต่ซุ่ยหลิงไม่ต้องการเป็นขอทานเจ้าค่ะ”
“ทำไม ? ” เฟิงหยูเองรู้สึกอยากรู้อยากเห็น “อะไรคือความแตกต่างระหว่างการขออาหารและการรอให้คนอื่นมอบให้เจ้า? ”
ซุ่ยหลิงกล่าว “มีความแตกต่างเจ้าค่ะ หากพวกเขาเอาอาหารให้ข้าก็นับว่าข้าไม่ได้เป็นขอทาน บนถนนสายนี้มีคนที่คอยควบคุมขอทาน สิ่งที่ได้มาจากการขอทานไม่สามารถกินได้เลยและไม่สามารถมอบให้กับผู้อื่นได้ พวกเขาจะต้องนำไปยังสถานที่ชุมนุมที่มีการแจกจ่ายโดยผู้รับผิดชอบ”
เฟิงหยูเองเข้าใจ นี่คือแก๊งขอทาน
“แล้วเจ้าจะนำอาหาร