่าต้องลากน้องสาวของข้าไปด้วย ถ้าข้าจะถูกคุมขัง เราทุกคนจะถูกคุมขังไปด้วยกัน แบบนี้เราจะสัมผัสได้ถึงความสามัคคีระหว่างพี่น้องได้มากขึ้น”
“ใครอยากสัมผัสกับเจ้า ! ” นัยน์ตาของเฟินไดเปล่งประกาย“ถ้าเจ้าถูกลงโทษ ทำไมเจ้าต้องลากพวกข้าไปด้วย”
“ข้าจะลากเจ้าไปไม่ได้อย่างไร” เฟิงหยูเองยิ้มและมองที่เฟินได “ก่อนหน้านี้ท่านย่าพูดว่าเราทุกคนเป็นสมาชิกของตระกูลเฟิง มีทุกข์ร่วมทุกข์ มีสุขร่วมเสพ ยังจำสมบัติทั้งห้าที่ข้าได้รับได้หรือไม่ ข้าไม่ได้มอบผ้าเช็ดหน้าให้น้องสี่หรือ ทำไมเมื่อมีบางสิ่งที่ดีน้องสาวรับมัน แต่เมื่อมีสิ่งเลวร้ายเกิดขึ้นทำไมเจ้าถึงจะไม่ร่วมรับกับข้า”
“เจ้า…” เฟินไดพูดไม่ออก นางอยากจะบอกว่า ถ้าเช่นนั้นนางจะนำผ้าเช็ดหน้าคืนให้เฟิงหยูเอง แต่นางไม่ยอม ด้วยผ้าเช็ดหน้าที่ใช้สมบัติหนึ่งในห้าอย่างนี้ เมื่อนางแต่งงานกับครอบครัวของสามีจะต้องปฏิบัติต่อนางให้ดีขึ้น
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้เฟินไดจึงหันหน้าหนีและไม่ส่งเสียงอีกต่อไป
ฮูหยินผู้เฒ่ามองดูการทะเลาะของเด็กสาว และถอนหายใจกับตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า หนึ่งก็เพราะนางสงสัยว่าตระกูลเฟิงทำบาปอะไรถึงได้ขาดความสามัคคีกันเช่นนี้ ข้อสองเป็นเพราะเฟินไดหรือเฟิงเฉินหยูไม่สามารถเอาชนะเฟิงหยูเองได้ไม่ว่าพวกเขาจะแข่งขันกันมากแค่ไหนก็ตาม พวกเขายังแพ้เมื่อพูดถึงการต่อสู้ด้วยปัญญา พวกเขาไร้ประโยชน์อย่างแท้จริง
“พอแล้ว ! ” นางโบกมืออย่างโกรธเคือง “เถียงกันพอหรือยัง