างจะรายงานฮูหยินผู้เฒ่าอย่าไร
เมื่อเห็นใบหน้าที่สับสนของนาง ซวนเทียนฮั่วก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัว “เจ้ายังเด็กเกินไป เป็นเรื่องปกติที่เจ้าจะไม่เข้าใจต้องโทษที่ข้าพูดได้เพียงเท่านี้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม เจ้าเพียงแต่ต้องจำไว้ว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น มันจะดีถ้าเจ้าเชื่อมั่นในพี่รองของเจ้า”
“แต่ฮ่องเต้…”
“เสด็จพ่ออาจไม่มีความสุขเล็กน้อย แต่พระองค์จะไม่ทำให้นางเดือดร้อนแน่นอน”
“เห้อ” เฟิงเซียงหรูถอนหายใจอย่างเบา ๆ แล้วลุกขึ้นยืน หันหน้าเข้าหาซวนเทียนฮั่ว นางกล่าวขอบคุณ “ขอบพระทัยฝ่าบาทที่คลี่คลายข้อสงสัยต่าง ๆ ให้เซียงหรู แม้ว่าเซียงหรูจะไม่เข้าใจมากนัก แต่เมื่อหม่อมฉันกลับไปที่คฤหาสน์ในอีก 1-2ชั่วยาม ข้าจะจำสิ่งที่ฝ่าบาทพูดและรายงานคำพูดนี้ไปยังท่านย่า”
ซวนเทียนฮั่วรู้สึกงงงวย “1-2 ชั่วยาม เจ้าจะไปที่ไหน?”
“เซียงหรูจะรอพี่รองที่หน้าประตูพระราชวังเพคะ”
“…ลืมเรื่องนั้นไปเถิด” ซวนเทียนฮั่วได้แต่ส่ายหัวแล้วลุกขึ้นยืน “ไปกันเถอะ ข้าจะไปกับเจ้า”
เมื่อพวกเขาออกจากตำหนักชุน เฟิงเซียงหรูนั่งในรถม้าของซวนเทียนฮั่ว และรถม้าของตระกูลเฟิงตามมาอย่างเงียบ ๆ
ตลอดทางหัวใจของเฟิงเซียงหรูเต้นรัว ซักพักนางก็จะนึกถึงซวนเทียนฮั่วจากนั้นนางก็จะนึกถึงเฟิงหยูเอง นางหน้าเสียซวนเทียนฮั่วหัวเราะเมื่อเขาเห็นมัน
ในเวลานี้ในคฤหาสน์เฟิงสภาพจิตใจของทุกคนไม่คงที่ ไม่มีใครรู้ว่าเมื่อเฟิงหยูเองกลับมา นางจะนำหายนะใดกลับมา