ที่ตระกูลเฟิงพร้อมกับนาง
ในที่สุดบ่าวรับใช้ก็รีบไปที่เรือนซูหยาเพื่อรายงานในตอนเย็นไม่รอให้นางพูด ฮูหยินผู้เฒ่าพูดด้วยเสียงสั่น “เป็นไปได้หรือไม่ว่าจะเป็นคนของพระราชวัง”
บ่าวรับใช้นั้นตกตะลึง “ท่านฮูหยินผู้เฒ่ารู้ได้อย่างไรเจ้าคะ ?”
“มันจบแล้ว ! ” ถ้วยชาในมือของฮูหยินผู้เฒ่าตกพื้น เมื่อน้ำเสียงของนางเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง “ข้ารู้อยู่แล้ว !ฮ่องเต้เกลียดตระกูลเหยามากในเวลานั้น ดังนั้นพระองค์จะเปลี่ยนแปลงท่าทีและปฏิบัติต่ออาเองอย่างดีได้อย่างไรตอนนี้ดูเหมือนว่าทุกอย่างทำเพื่อการรักษาขาขององค์ชายเก้า ! ฮ่องเต้เพียงแต่คิดว่าจะให้อาเองรักษาขาขององค์ชายเก้าเพื่อพระองค์จะได้รับความช่วยเหลือมากมาย ตอนนี้ขาขององค์ชายเก้าไม่สามารถรักษาให้หายได้ อาเองก็ไร้ค่าและหายนะก็ตามนางมา ! ”
เมื่อเห็นฮูหยินผู้เฒ่าเป็นเช่นนี้ ยายจาวก็รีบขึ้นไปปลอบนางบ่าวรับใช้ที่มารายงานก็สับสนกับคำพูดของฮูหยินผู้เฒ่า นางก็ยืนนิ่งงันและในที่สุดนางก็พูดว่า “ท่านฮูหยินผู้เฒ่าพูดเรื่องอะไรหรือเจ้าค่ะ ? ”
ยาวจาวรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง และถามทันที “เจ้าบอกว่ามีคนของพระราชวังมา ใครที่มา ? ”บ่าวรับใช้ตอบ “เป็นแม่นม 2 คนที่มาเจ้าค่ะ นางบอกว่าได้รับเชิญจากนางกำนัลอาวุโสโจวและคำสั่งจากฮองเฮาให้มาที่คฤหาสน์เฟิงเพื่อสอนมารยาทให้คุณหนูสี่เจ้าค่ะ”
“หืม ? ” ฮูหยินผู้เฒ่าหยุดคร่ำครวญทันที “เจ้าพูดว่าอะไร ?”
บ่าวรับใช้กล่าวอีกครั้งว