ับท่านฮูหยินผู้เฒ่า”
“ได้โปรดเข้ามา”
ตามคำเชิญนี้แม่นมทั้งสองจากพระราชวังเดินเข้ามา พวกนางอายุประมาณ 40 ปี ตัวสูงและดูเข้มงวด พวกนางเดินตัวตรงและดวงตาของพวกนางไม่ได้มองทาง พวกนางเดินไปหาฮูหยินผู้เฒ่าจากนั้นก็หยุด ในเวลาเดียวกันพวกนางก็กล่าวทักทาย “บ่าวรับใช้คารวะท่านฮูหยินผู้เฒ่าเฟิง ฮองเฮารับสั่งให้เรามาที่คฤหาสน์ และสอนมารยาทแก่คุณหนูสี่ เราหวังว่าฮูหยินผู้เฒ่าจะดูแลพวกเราด้วยเจ้าค่ะ”
“แม่นมกล่าวอะไรเช่นนั้น กรุณาลุกขึ้น ได้โปรดลุกขึ้น” ฮูหยินผู้เฒ่าต้องการยืนขึ้นและช่วยประคองพวกนางลุกขึ้นด้วยตัวเอง แต่นางกลับลุกขึ้นไม่ไหว แต่มียายจาวช่วยทำหน้าที่แทนนาง “เฟินได เด็กคนนั้นยังเด็กอยู่และไม่เข้าใจอะไรเลย หวังว่าท่านทั้งสองคนจะอดทนได้”
“ท่านฮูหยินผู้เฒ่าโปรดอย่ากังวล พวกข้าไม่กล้าฝ่าฝืนรับสั่งของฮองเฮา” ใบหน้าของพวกนางดูเคร่งขรึมหลังจากนั้นไม่นานเฟิงเฟินไดก็ถูกพาออกจากวัดไปที่เรือนซูหยา หลังจากคุกเข่าอยู่ทั้งวันทั้งคืน เมื่อนางก็ได้ออกมา ผมของนางก็กระเซอะกระเซิงและใบหน้าของนางดูเหมือนจะเปื้อนเลือด นางเดินโซเซไปมา เมื่อนางเห็นฮูหยินผู้เฒ่า นางไม่ยอมคารวะ ก่อนที่จะพูดว่า “ท่านย่า ลงโทษเฟินไดเช่นนี้ถ้าเฟินไดตายไปท่านย่าจะอธิบายกับท่านพ่ออย่างไรเมื่อท่านกลับมา”
ฮูหยินผู้เฒ่าไม่สนใจคำพูดของเฟิงเฟินได นางหันไปพูดกับแม่นมทั้งสองคน “นี่คือหลานสาวคนที่สี่ของข้าเอง”
ทั้งสองยืนขึ้นและคารวะตามแบ