“ตายแน่ ๆ ท่านพี่” องค์ชายแปดที่เห็นเพียงเงาที่กำลังจะลงมาจากรถม้านั้น ได้แต่อุทานออกมาเบาๆคนในรถม้าที่กำลังเดินลงมา ด้วยใบหน้านิ่งขรึมรัศมีรอบกายที่ดูน่าเกรงขามกระจรกระจายไปทั่ว โดยมิต้องมีใครเอ่ยขานชื่อ ปราชาชนทั้งหมดพร้อมใจกันเงียบเสียงลง และคุกเข่าลงกับพื้น“ถวายบังคมฮ่องเต้พะยะค่ะ ขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่น หมื่นปี”“บอกให้ทุกคนลุกขึ้นเถิด ข้ามิได้มีพิธีอันใดมากมาย ในเมื่อเห็นกันแล้ว ใครใคร่จะมองก็มอง ใครใคร่จะกลับไปก็ไปเถิด”“พะยะค่ะ” ชาวบ้านที่ได้ฟังเช่นนั้น จึงมีหลายคนที่เข้าใจและจากไปทำมาค้าขายต่อ และอีกหลายคนที่รอชื่นชมบารมีของฮ่องเต้ต่อเช่นกัน“คารวะฮ่องเต้พะยะค่ะ เสด็จมาที่นี่ มีราชกิจใดเร่งด่วนหรือไม่พะยะค่ะ กระหม่อมมิทราบเลย” องค์ชายห้าเอ่ยออกไปอย่างคนที่มีสติและควบคุมสีหน้าได้ดีที่สุด“นั้นสิพะยะค่ะ เหตุใดไม่ส่งองครักษ์มาเล่าพะยะค่ะ กระหม่อมยินดีช่วยเหลือราชกิจแทนพระองค์อย่างยินดีนะพะยะค่ะ” องค์ชายแปดที่เน้นเอาความทะเล้นของตนเองออกมา เพื่อกลบเกลื่อนประเด็นหลักที่คาดว่าจะเป็นเพียงแต่เสียงที่ตอบกลับมากลับมิใช่บิดาขององค์ชายทั้งสอง“เช่นนั้นหรือเจ้าพวกตัวดี หึหึ” นายท่านซีก้าวลงจากรถม้า และเดินมายังด้านข้างของฮ่องเต้ในทันที“ท่านปูั่ ท่านมาได้อย่างไรขอรับ” กู้หมิงซื่อถามออกไปทันที เมื่อได้เห็นบุคคลที่เดินออกมาจากรถม้าด้านหลัง อย่าว่าแต่พวกเจ้าที่ตายเลย ข้าก็คงตายหมู่ไปพ