วยเสริมเข้ามา
นั้นทำให้ทั้งสองคนมั่นใจว่า ซานหลงและหลินเหมย คือซีซานหลงบุตรชายขององครักษ์ซี หรือท่านอาของพวกเขาจริงๆ ที่หายตัวไปพร้อมกับองค์หญิงจ้าวหลินเหมยในอดีต
อีกทั้งเจ้าก้อนน้อยๆ น่ารักๆ คนที่ยืนต่อล้อต่อเถียงกับพวกเขามาตั้งแต่ต้น คือบุตรสาวเพียงผู้เดียวของทั้งคู่ รวมไปถึงสาเหตุที่ว่าเหตุใด เปั่ยตงหลินและเปั่ยเจียงฮวา ข้ารับใช้ทั้งสองถึงไม่กลับไปตามหาหรือทวงถามถึงเรื่องราวในอดีต
“ถึงพวกท่านจะมั่นใจเช่นนั้น แต่หากคนภายนอกจะมั่นใจได้เช่นไรว่าท่านพ่อและท่านแม่คือคนที่พวกท่านตามหาจริงๆ เจ้าค่ะ”
“สัญลักษณ์ประจำตระกูลที่จะสืบต่อได้เพียงแค่สายเลือดเดียวกันเท่านั้นเช่นไรเล่า” องค์ชายห้าได้ตอบกลับไป
เพียงเท่านี้ก็เรียกสีหน้าที่เหลอหลาของเปั่ยจินได้แล้ว เปั่ยจินจึงหันไปมองท่านตาท่านยายของตนเพื่อหาคำตอบจากพวกเขา
“ว้อททท อันใดกันเจ้าค่ะ ท่านตาท่านนยาย”
แต่เสียงที่ตอบออกมานั้นหาใช่ ท่านตาท่านยายของนาง แต่เป็นจินหลงที่ตอนนี้กำลังทำสมาธิอยู่ภายในมิติจิตของเปั่ยจินกล่าวออกมาแทน
“ข้าไม่ได้บอกเจ้าไปหรอกหรือ” ตายละหว่า ข้าต้องโดนยัยเด็กอัปลักษณ์เล่นงานแน่ๆ ลืมกล่าวเรื่องสำคัญไปเสียได้
“อันใดกันจินหลง” เปั่ยจินที่ได้ฟังจินหลงเอ่ยเช่นนั้นก็รับรู้ได้ว่า ต้องมีเรื่องราวอันใดที่นางยังไม่รู้อีกเป็นแน่
“อืมมม ก็วิธีพิสูจน์สายเลือดของคนยุคนี้อย่างไรเล่า” จินหลงเอ่ยออกมาพร้อมกับหยิบตำราเรื่องการพิสูจน์สา