รกันแน่ ตาเฒ่า” เถ้าแก่หลิงที่เมื่อหมดความตกใจไปแล้วในตอนนี้ เอ่ยออกมาพร้อมกับสะกดกลั้นน้ำเสียงสั่นไหวของตนเองเอาไว้ พร้อมกับหันไปหาเปั่ยตงหลินอีกครั้งเพื่อสอบถามหาความจริงจากปากของผู้ที่อาวุโสที่สุดในที่นี้ นอกจากตน
ท่านปูั่หลิงท่านจะเชื่อข้ามิได้เลยหรือไร หึยยย ข้าออกจะน่าเชื่อถือเชียวนะ หึ
“มาๆ ข้าอธิบายให้เจ้าฟังดีกว่า นั่งก่อนเถิด”เปั่ยตงหลินที่เห็นว่าสมควรอธิบายไขข้อสงสัยให้คนตรงหน้าเสียก่อนจะมีเรื่องอันใดต่ออีกจึงอาสาออกไป
“อ่ะ ไหนเล่ามาสิ ทำไมพวกเจ้าถึงจะเปิดสำนักคุ้มภัยได้กัน” เล่ามาสิ ข้ารอฟัง
“ก็ไม่มีอันใดมาก จินเออร์เพียงเสนอกิจการใหม่ขึ้นมา อีกทั้งในตอนนี้อาซานและคนในครอบครัวข้าต่างมีพลังปราณกันแล้ว จึงอยากจะทำการค้าเพิ่มขึ้นมาก็แค่นั้น” เปั่ยตงหลินเอ่ยออกมาอย่างหน้าตายในสายตาคนที่รอฟังคำอธิบายเป็นอย่างมาก
“เดี๋ยวนะ เจ้าบอกว่าการค้า แค่นั้นหรือเจ้า เจ้า …ข้าอยากกัดลิ้นตนเองตายเหลือเกิน” การค้าบ้าบออันใดของพวกเจ้ากัน ตาแก่หน้าตา หึ หน้าตายกันทั้งตระกูลเสียจริง หึ
“ก็ใช่นะสิ มีอันใดต้องกังวลกัน” เปั่ยตงหลินยังคงเอ่ยวาจาหน้าตายออกไปอีกครา
“อึยยยย แล้วแต่พวกเจ้าเถิด หากคิดว่าเหมาะสมดีแล้ว ข้าก็คร้านจะพูดอันใด แต่หากมีสิ่งให้ให้ข้ายื่นมือเข้าช่วย อย่าได้รีรอเข้าใจหรือไม่อาซาน” เถ้าแก่หลิงที่ได้ฟังจึงมิได้เอ่ยอันใดเพิ่มนอกจากเสียแสดงความห่วงใยในฐานะคนที่เอ็นดูคนในตระกูลนี้
อ