เขาได้เจอกันเสียที
“อืม แต่นั้นก็ไม่สำคัญเท่ากับว่าข้างกายบุรุษผู้นั้นมีเด็กผู้หญิงนางหนึ่งที่คล้ายกับท่านอาหญิงตอนเด็ก”
“ห๊าาา เช่นนั้นเจ้าตาฝาดแล้วล่ะ ฮ่าๆ” สวรรค์คงไม่ลิขิต ให้เราตามหาคนที่หายไปถึงสองคนเจอในคราเดียวกันกระมัง“ตาฝาดก็ดีนะสิ เพราะก่อนที่ข้าจะมา ข้าส่งองครักษ์เงามาจับตาดูแล้ว แต่กลายเป็นว่าคนที่กลับไปรายงาน มิได้พูดอันใดออกมา เอาแต่บอกว่า…ไม่สามารถตามสืบได้ จนข้าต้องรีบจัดการภารกิจที่เมืองหลวงแล้วลงมาที่แห่งนี้” องค์ชายห้าที่เอ่ยไปพลางคีบอาหารไปพลางก็เอ่ยออกมา ใครใช้ให้อาหารที่นี้ อร่อยกันเล่า
“งั้นหรือ เช่นนั้นเจ้าอยากให้ข้าช่วยอันใด” ดีเสียจริง เช่นนี้ข้าคงต้องส่งข่าวไปบอกท่านพ่อท่านแม่เสียแล้วสิ
“ตามหาคนให้ข้า”
“เจ้ามีชื่อ แซ่คนผู้นั้นหรือไม่”
“อืม ดูเหมือนจะแซ่…เปั่ยขอรับพี่กู้” องค์ชายแปดที่ตอนนี้กำลังเพลิดเพลินกับการกิน เงยหน้าขึ้นมาจากจานของตนเองชั่วคราวพร้อมเอ่ยแทรกออกไป
“คงมิใช่ เปั่ยจินกระมัง ฮ่าๆ” เอ่ยจบหันไปมองคนที่กำลังคีบอาหารอย่างเชื่องช้าแล้วหัวเราะแบบแห้งๆไปให้อย่างต้องการคำยืนยัน
“หากมิใช่ว่าเปั่ยจินที่เจ้าพูดถึงมิบิดานามว่า เปั่ยซานหลง มารดานามว่าเปั่ยหลินละก็นะ หึ”
เคร้ง // เสียงตะเกียบตกลงบนโต๊ะอาหาร“เช่นนั้น เจ้ามีหลักฐานอันใดมายืนยันได้ว่าตระกูลเปั่ยคือคนที่เจ้าตามหางั้นหรือ…อย่าลืมว่าตระกูลเปั่ยถือได้ว่ามีความสัมพันธ์กับโรงประมูลของข้าและ…คนผ