ตอนนี้สิ่งต่างๆ ก็ได้ผันเปลี่ยนไปตามกาลเวลาตระกูลเปั่ยในตอนนี้ มิได้ขาดแคลนทั้งเงินทองหรือพละกำลัง เรียกได้ว่าการย้อนอดีตของนางในครั้งนี้คงต้องขอบคุณเหล่าเทพเซียน และสัตว์เทพข้างกายของนาง ที่ทำให้นางสามารถใช้ชีวิตได้อย่างดี
เพียงแต่คลื่นลมมันสงบเกินไป จนนางอดหวั่นใจมิได้ว่าหลังจากนี้ นางจะได้เติบโตไปอย่างมีความสุขเช่นนี้จริงหรือ
ท่ามกลางปั่าเขาระหว่างทางจากเมืองหลวงไปสู่ปั่าม่านหมอกนั้น ขณะนี้ได้มีกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ หรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นขบวนเดินทางเลยก็ว่าได้ กำลังพักม้าอยู่ไม่ไกลจากเมืองชายปั่า ซึ่งมีขบวนรถม้ามากถึง สิบคันรถด้วยกัน
การเคลื่อนขบวนในครั้งนี้นั้น ควรจะถึงจุดหมายตั้งแต่ หนึ่งชั่วยามก่อนแล้ว แต่หากติดปัญหาจากคนที่ร่วมขบวนมาด้วยระหว่างทาง ที่มีเสียงตะโกนให้หยุดรถม้าตลอดการเดินทางไม่ขาดสาย ทำให้สารถีและคนทั้งขบวนต่างต้องหยุดรอเพราะขัดคำสั่งเสียมิได้เนื่องจากมีอาการเมารถม้าอย่างต่อเนื่อง
“เจ้าแปดไหวหรือไม่” องค์ชายห้าที่ทนเห็นสภาพเช่นนี้ของน้องชายมานานเอ่ยถามออกมา
“ไหวขอรับ ข้าจะไปด้วย” ถึงข้าจะไร้เรี่ยวแรงท่านก็ต้องรอข้านะท่านพี่
“อืม เช่นนั้นก็มานั่งกับพี่ดีหรือไม่” องค์ชายแปดที่เห็นว่าคนตรงหน้าดูท่าจะไม่ไหวแล้วจริงๆ จึงเอ่ยชวนให้ไปนั่งบนม้าตัวเดียวกับตนโดยตนเองจะเป็นคนบังคับม้าและให้น้องชายนั่งด้านหน้าแทน
“อีกไกลหรือไม่ขอรับ” หลังจากอาเจียนเสร็จจึงเงยหน้าขึ้นมาถามพี่ช