ายต่อ
“ไม่ไกลใกล้จะถึงแล้ว หากไม่เสียเวลาาไปกับเจ้า”องค์ชายห้าที่ตอนนี้ใกล้จะทนสภาพน้องชายตนเองไม่ได้แล้ว จึงลุกขึ้นและทำท่าจะเดินหนีออกมา“ก็ข้าไม่ชอบขี่ม้านี่ขอรับ นั่งนานๆ มันเมื่อย อีกอย่างหากข้าไม่เวียนศีรษะแต่แรก คงจะสลับไปขี่ม้าพลางนั่งรถม้าพลางๆ ได้แล้ว” องค์ชายแปดเอ่ยพลางเช็ดปากตนเองไปพลางและเดินตามพี่ชายตนเองไป
“เอาเถิด อ้วกเสร็จ พักสักครู่ แล้วมาขี่ม้ากับข้า จะได้ถึงจวนสักที”
“โถ่ ท่านพี่ อุ๊บบ อ้วกก แหวะ” ไม่ไหวๆ มันมาอีกแล้ว อืออ ข้าเกลียดดด
“เห่อออ”
ชายหนุ่มที่กำลังอาเจียนนั้นคือองค์ชายแปด โดยขบวนที่ว่าคือขบวนขององค์ชายห้าและองค์ชายแปดนั้นเอง หากมิใช่เพราะคำสั่งของพระสนมเย่ว ที่ต้องการสืบหาความจริงและตามหาคน ผนวกกับความดื้อรั้นของตนเอง องค์ชายแปดคงมิได้อยู่ในสภาพเช่นนี้
ผ่านไปอีกครึ่งชั่วยาม ขบวนเดินทางจากเมืองหลวงก็ได้เดินทางมาถึง ขบวนรถม้าขนาดใหญ่ก็ได้เดินทางมาถึงโรงประมูลเซี่ยงจ้าวหลง เรียกความสนใจให้กับชาวบ้านที่ผ่านไปผ่านมาได้อย่างดี
ขณะที่ขบวนรถม้าจอดสนิท ก็ได้มีคุณชายกู้เดินออกมาจากโรงเตี๊ยมเพื่อ เพื่อมารอรับคนที่มากับขบวนในตอนนี้“พี่กู้ ข้าคิดถึงท่านจังเลยขอรับ มาให้ข้ากอดหน่อยเร็วววว” ไม่พูดเปล่า คนที่พึ่งกระโดดลงจากม้าก็วิ่งเข้าหาคนที่มารอรับทันที ทำให้คนที่ไม่ทันตั้งตัวถึงกับเซถอยหลังไปหลายก้าวเลยทีเดียว
“อืม เจ้าแปด หายเวียนหัวแล้วหรือ ถึงพุ่งตัวไปเช่นนั้น