ู้นั้น”
เรียกว่าตกใจก็คงใช่ แต่มิได้แปลกใจเสียเต็มทีเพราะตระกูลเปั่ยที่อยู่ๆ ก็เจริญเติบโตขึ้นมาก็น่าสงสัยอยู่แล้ว แต่เค้าที่เป็นคนค้าขายด้วยกัน หากมิได้ทำอันใดและยังมีผลประโยชน์ต่อกัน จึงมิคิดจะทำสิ่งใดล้ำเส้นคนตระกูลนั้น
เพียงแต่นั้นก็คงเป็นหลังจากที่ได้รับคำยืนยันจากปากของคนตรงหน้า ได้แต่หวังว่าหากมิได้เกี่ยวข้องกันจริงๆ ก็อย่าได้บาดหมางกันเสียจะดีกว่า ในตอนนี้ตระกูลเปั่ยมิใช่ตระกูลเล็กๆ ไร้พละกำลังอย่างที่คนภายนอกมองอีกต่อไปแล้ว
กู้หมิงซื่อยังอยากให้โรงประมูลของตนเองทำเงินได้มากกว่านี่ แต่ยังไม่อยากเสียคู่ค้าคนสำคัญไป…
“พลังปราณ…ที่หายไป…นานแสนนานและสืบทอดให้กับคนในราชวงศ์” อาจจะไม่ชัดเจนนัก หากชาวบ้านทั่วไปก็สามารถปลุกพลังได้ เพียงแต่คนในราชวงค์จะมีพลังปราณที่พิเศษกว่าคนอื่นๆ ส่วนจะแตกต่างเช่นไรบอกได้เพียงว่า…พบเจอกันก็จะรู้เอง
“หากเป็นเช่นนั้น ทำไมเจ้าถึงไม่เข้าไปถามตรงๆเลยล่ะ” กู้หมิงซื่อที่เห็นว่า เพียงแค่ถามไปตรงๆ มิง่ายกว่าหรือ ใยต้องมาทำอันใดซับซ้อนซ่อนเงื่อนคล้ายเส้นผมที่พันกันเช่นนี้ด้วย
“หากง่ายดายเช่นนั้นได้ก็คงดี ข้าคงไม่ถ่อมาถึงที่นี้กระมัง”
“เหอะ เช่นนั้นเจ้ามีแผนการใด ต้องการทำอันใดกับคนตระกูลเปั่ยกันแน่”
“ท่านแม่อยากสืบให้รู้ความจริงและคืนฐานันดรให้แก่องค์หญิงจ้าว เพียงแค่นั้น”
“หืม ง่ายดายเกินไปหรือไม่ อีกอย่างตระกูลเปั่ยจะมิสงสัยหรือ ว่าเหตุอันใดพวกเจ้าถึงเพิ่