จแล้วเปั่ยจินจึงหันไปคุยกับเจี่ยฉงต่อ
“เจ้าค่ะนายหญิง” เจี่ยฉงรับปากออกไป
เมื่อผู้ดูแลกลับมาอีกครั้งก็ได้ทำการนำทาสสตรีจำนวน สามร้อยนางเข้ามา เจี่ยฉงที่ได้รับคำสั่งให้ทำการคัดเลือกตั้งแต่แรกอยู่แล้วนั้นจึงจัดการในทันทีทันใด
เพียงไม่นานทาสสตรีจำนวนห้าสิบนางก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย รวมกับทาสชายก็เป็นจำนวน ห้าร้อยห้าสิบคน จึงได้จัดการจ่ายเงินและทำทีเป็นขบวนเดินทางออกนอกเมืองในทันที เพื่อปั้องกันการถูกตั้งข้อสงสัยเรื่องการขนคนหรือการกบฏ
“จินหลง เจี่ยฉงออกมา” เปั่ยจินเอ่ยเรียกจินหลงออกมาเพื่อหาทางปรึกษาเรื่องจำนวนคนและแผนการ
“มีอะไรเจ้าเด็กหน้าเหม็น” จินหลงที่กำลังนอนแทะโสมเล่มในมิติ เพลินๆ แล้วก็ต้องออกมาทั้งๆ ที่กำลังอร่อยๆ แท้ๆ เอ่ยออกมาอย่างหงุดหงิดพร้อมกับมือซ้ายที่กำลังถือโสมแทะไปด้วย
“มีอะไรหรือเจ้าค่ะนายหญิง” เจี่ยฉงที่เห็นนายท่านและท่านจินหลงต่อปากต่อคำกันไม่หยุด จึงเอ่ยแทรกออกไปทันที สมกับประโยคที่ว่า ยามศึกเรารบยามสงบเรารบกันเองจริงๆ เลยเชียว นายบ่าวคู่นี้
“ชิชะ ทำไมเจ้าไม่น่ารักเช่นเจี่ยฉงบ้างเจ้ากระต่ายตัวเหม็น หึ ข้าอยากถามว่าระหว่างที่ข้าจะให้พวกเค้าเข้าไปรักษาตนเองในมิติ กับการส่งไปที่ค่ายแล้วรักษาตัวแบบไหนที่ดีกว่ากัน”
“อืม เรื่องนั้นก็แล้วแต่เจ้า ว่าต้องการใช้งานคนตอนไหน อบ่างไรและเท่าไหร่” จินหลงเอ่ยออกไป
“อืม นั้นสินะ เช่นนั้นทุกคนข้ามีเรื่องจะถามเจ้าค่ะ” เมื่อได้ฟังท