ถ้าแก่หลิงที่รับรู้ถึงพลังกดดันที่เริ่มแผ่ออกมาจากตัวคนข้างกาย จากนั้นจึงหันไปห้ามปรามด้วยน้ำเสียงขรึมทันที เพียงแค่ระดับพลังปราณสีขาวก็แล้วไปนี่ แต่นี่…เหอะ เจ้าเด็กหน้าเหม็นเอ๋ย ไม่สิ หน้าเหม็นกันทั่งบ้านนั้นแหละ หึ“อ๊ะ ท่านพ่อบุญธรรม ข้าขอโทษขอรับ ข้าเผลอตัวไปหน่อย” ซานหลงที่สติกลับมา เก็บพลังของตนกลับคืนจากนั้นจึงหันมามองคนที่เตือนสติตนเองต่อสาเหตุนั้นก็เพราะเหล่าคนที่ยืนออกันในร้าน และนอกร้านที่กล่าววาจาดุถูกบุตรสาวของตนเอง“อืม ไม่เป็นไร” เถ้าแก่หลิงที่เห็นว่าไม่มีใครในที่นี้รับรู้ถึงพลังที่แผ่ออกมาจากซานหลง จึงเอ่ยปัดไป“ขอรับ”“ท่านพ่อบุญธรรมเจ้าคะ เช่นนั้นจะปล่อยให้คนเหล่านั้นกล่าววาจาใส่ร้ายจินเออร์เช่นนั้นหรือเจ้าคะ”หลินเหมย มารดาที่ทนฟังไม่ได้จึงเอ่ยปากถามผู้ที่อาวุโสที่สุดอย่างเถ้าแก่หลิงออกมา“เชื่อใจจินเออร์เถิด นางไม่ได้โตเพียงร่างกายเท่านั้น ความคิดและประสบการณ์ของนางก็เติบโตไม่แพ้กัน” เถ้าแก่หลิงที่รับรุ้เรื่องราวต่างๆ เอ่ยออกมาอย่างเชื่อมั่นในตัวหลานสาวบุญธรรมผู้นี้“เจ้าค่ะ ข้าเชื่อฟังท่าน” เมื่อเห็นว่าสิ่งที่เถ้าแก่หลิงกล่าวออกมาคือความจริง เมื่อย้อนคิดกลับไปหลายๆครั้งก่อนหน้านี้ จึงเลือกที่จะวางใจในตัวบุตรสาวของตนเองเช่นกัน“อืม ดูต่อเถอะ ให้นางได้เรียนรู้ด้วยตนเอง”“เอ๊ะ กลิ่นอันใดกัน”“นั้นสิ หอมเหลือเกิน อ๊าาาา”“นั้น กลิ่นมาจากตัวแม่นางน้อยคนนั้น”หลังจากที่คนที่กำล