ตอนนี้จินเออร์หลับใหล ไปจนเกือบสิ้นสุดหน้าหนาวแล้ว แต่ทุกคนก็ไม่ย่อท้อที่จะรอคอย การตื่นขึ้นมาของเด็กน้อยบนเตียง ยิ่งเวลาผ่านไปข้ามวัน จากวันเป็นสัปดาห์ จากสัปดาห์เป็นแรมเดือน
ร่างกายของเด็กสาวตรงหน้าก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ร่างกายที่เริ่มโตขึ้น คล้ายร่างกายของเด็กที่อายุ 10 หนาวไม่มีผิด ไม่ผอมบางเหมือนแต่ก่อน แขนและขาที่ยาวขึ้น ผิวพรรณที่ดูขาวนวล และเปล่งประกายมากกว่าก่อนที่นางจะหลับใหล
เส้นผมที่ยาวกว่าเดิมและรวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงของสีผมที่คล้ายสีของน้ำทะเลลึก สีน้ำเงินเข้ม หากไม่สังเกตดีๆ หรือมีแสงมากระทบ คนภายนอกก็อาจจะยังมองไม่ออก
เพียงแต่สำหรับคนในครอบครัวตระกูลเปั่ยนั้น ที่แวะมาดูเด้กน้อยบนเตียงวันละสามเวลาอีกทั้ง แต่ละคน ก็มากันคนละช่วง ทำให้ทั้งวันและช่วงกลางดึกห้องของจินเออร์จึงไม่เคยจะขาดเสียงการเดินย่ำเท้าของผู้คนภายในตระกูลเลยสัก ก้านธูป
กลับมาที่จินเออร์ หลังจากที่เจ้าตัวได้สลบไป กลับพบว่า ได้ฟืนตื่นขึ้นมาอีกที่หนึ่ง ซึ่งก็คือมิติจิตของตนเอง ในตอนนั้นืเมื่อโดนดึงจิตวิญญาณเข้าไปในมิติจิตแล้ว สิ่งแรกที่พบคือความว่างเปล่าอันไกลโพ้นภายในมิติจิต
“เอ๊ะ ข้าอยู่ที่ไหน ทำไมไม่มีอันใดเลยล่ะ”
“มิติจิตของนายท่านเจ่าค่ะ” เสียงน้อยๆ เสียงหนึ่งตอบกลับมา
“มิติงั้นหรือ หืม แต่เดี๋ยวนะ เสียงมาจากไหน จ้ากกกก” ข้าพึมพำออกมาแล้วก็ต้องร้องกรี้ด เพราะมองไปรอบๆ มันไม่มีใครนี่นา