“โอ๋ๆ ไม่เป็นไรแล้วนะ” เถ้าแก่หลิงยังคงโอบกอดและเอ่ยปลอบประโลมเปั่ยจินแม้แต่คนที่ไม่รับรู้อันใด หากเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ยังต้องใช้สมองไตรตรองสักหน่อย ว่าความสัมพันธ์ระหว่างโรงประมูลและครอบครัวนี้เป็นเช่นไรเช่นเดียวกับนายน้อยตระกูลฮั่ว“เอ่อ มิทราบว่า เถ้าแก่หลิงเป็นอะไรกับแม่นางน้อยคนนี้หรือขอรับ”“อืมม นางเป็นหลาวสาวของข้าเอง ไม่ทราบว่านางทำอันใดให้นายน้อยตระกูลฮัวขุ่นเคืองหรือ ใยต้องลงมือกันหนักหน่วงขนาดนี้”“เอ่อ ข้าเปล่าลงมือนะขอรับ นางล้มของนางไปเอง”‘ล้มลงไปเองบ้านเจ้านะสิไอ้ลูกหมา’“อึก อือ ข้าเปล่านะเจ้าคะท่านปูั่ เจ้าเด็กยักษ์นั้นวิ่งมาชนข้าจนล้ม แล้วยังมารังแกข้าต่ออีกเจ้าค่ะ” ข้าจะฟั้องนาทีนี้ ฟั้องใครได้ข้าจะฟั้องก่อน อือ“งั้นหรือๆ ปูั่เชื่อเจ้า”“ว่ายังไงดีขอรับนายน้อยฮัว หลานสาวข้าล้มไปเองหรือ ในเมื่อบิดาและตาของนางยืนอยู่ข้างๆ นางตลอดเวลา ดูจากแผลแล้วเป็นการกระแทกจนกลิ้งไปตามทาง มิใช่การล้มลงไปเองแน่ๆ”เถ้าแก่หลิงพยายามใช้น้ำเสียงจริงจังแบบน่าเกรงขาม ค่อยๆ ถามนายน้อยฮัวออกไป พร้อมด้วยสายตาคมกริบที่กวาดตามองมองมาที่เปั่ยจินและหันไปมองนายน้อยฮัวอีกรอบ“เอ่อ ข้าเห็นขอรับ นายน้อยฮัววิ่งมาชนคุณหนูท่านนี้จนล้มลง จากนั้นจึงจะเข้ามาทำร้าย เนื่องจากคุณหนูน้อยไม่ยอมขอรับ”ชายคนนี้คือคนรับใช้ของโรงประมูลแห่งนี้นั้นเองขณะที่เขากำลังยืนหน้าร้านเพื่อต้อนรับลูกค้า จึงทันได้เห็นเหตุการณ์ทั้งห