นรู้เรื่อง”เรียกว่าเอ่ยถึงเสือในปั่า เสือก็มาทันที“นี่ เจ้าเด็กอัปลักษณ์”“ห๊ะ ใครเรียกข้าว่าอัปลักษณ์ อีกแล้ว” เปั่ยจินสะดุ้งและพึมพำออกมาเบาๆ“ข้าเอง”….“ข้าไหน” เปั่ยจินถามออกไปปรากฏว่าเสียงที่ส่งออกมานั้นคือเสียงของ…“ก็ม้าสองตัวตรงหน้าเจ้าไงล่ะ”“ห๊าาา เจ้าพูดได้หรือ”“ข้าไม่ได้พูด ข้าส่งพลังจิตคุยกับเจ้าต่างหากยัยเด็กทึ่ม”“ใครทึ่ม พวกเจ้านะสิทึ่ม หึ”“ได้ๆ พวกข้าทึ่ม เจ้าซื้อพวกข้าสิ”“ซื้อยังไงล่ะ ข้าปราบม้าไม่เป็น”“….. เจ้าจะปราบพวกข้าทำไม พวกข้ายอมไปกับเจ้าไม่ดีหรือไง”“เอ๋…ไปยังไง” เปั่ยจินที่ยังคิดมิได้ ยังเอ่ยออกมาแบบเหม่อลอย“เจ้าก็แค่ให้คนดูแลปล่อยพวกข้า แล้วถ้าพวกข้ายอมเดินตามเจ้ากลับออกไปก็แปลว่าสำเร็จไง”“ห๊าาาา ง่ายๆ แบบนี้อีกแล้วหรอ”“แล้วจะทำให้ยากทำไม มีแค่เจ้าที่ฟังพวกข้าได้ ไปอยู่กับเจ้าก็ดีที่สุดแล้วไม่ใช่หรือไง”“อืมมม มีเหตุผล แต่ข้าว่ามันตะหงิดๆ นะ”“ไม่หรอก ไปๆ เจ้าไปตกลงกับพวกมนุษย์ ข้าอยากออกไปแล้วคุณหนูน้อย”“ท่านตา ท่านพ่อเจ้าขา ท่านเชื่อมั่นในตัวลูกหรือไม่” เชอะ เห็นแก่ที่เรียกข้าว่าคุณหนูหรอกนะ“แต่มันอันตรายนะจินเออร์ ลูกไม่ควรเสี่ยง”“นั้นสิ ตาก็คิดเช่นเดียวกัน ตาไม่อนุญาตหรอกนะ”“ท่านตาดูพวกมันสิเจ้าคะ มันเหงาแค่ไหน กับการโดนกักขัง” ข้าพูดอ้อนออกไปพร้อมกับมองไปยังเจ้าม้าสองตัวนั้น ที่ตอนนี้กำลังแสดงละครร่วมกับข้าไปด้วย“เห๊ออออ เจ้านี่นะ เช่นนั้นก็ได้แต่พ่อจะอุ้มเ