เจ้ากระต่ายน้อยที่ได้ยินเสียงกรีดร้องอันแสบแก้วหูออกมานั้น จึงทำได้เพียงเหลือบมองด้วยหางตาและเอ่ยปากออกไป“เขตเวทย์พลางตาของข้าเอง” เจ้ากระต่ายน้อยตอบพลางเอาขาหน้าของตนเองอุดหูไปพลาง“ห๊าา เจ้ามีพลังด้วยหรอ” เจ้ากระต่ายโคตรเท่ห์สุดๆ ไปเลย“ข้าเป็นสัตว์วิเศษเชียวนะ แค่นี้จิ๊บ ๆ ” เจ้ามองข้าเป็นตัวอะไรกันแน่เนี่ย“แล้วทำไมต้องกางเขตเวทย์ด้วยละ” เปั่ยจินเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย“เพราะข้าต้องการคุยกับเจ้าไงล่ะ”“คุยดีๆ ก็ได้นี่” เปั่ยจินเอ่ยออกมา“เหอะะ อยากให้คนอื่นเค้าเห็นรึไง”ยัยเด็กทึ่มเอ๊ยยยเจ้ากระต่ายเอ่ยออกมาด้วยความปลง ในชะตากรรมของตนเอง ที่ต้องมาอยู่กับเจ้านายขี้สงสัยและแปลกประหลาดเช่นนี้ เพียงแต่เปั่ยจินก็ยังไม่หมดข้อสงสัยง่ายๆ“แบบนี้ท่านตากับท่านพ่อก็ไม่เห็นข้านะสิ ข้าหายไปแบบนี้ท่านต้องห่วงข้าแน่ ๆ เลย”“เงียบก่อนได้มั้ย แล้วฟังข้า ยัยเด็กอัปลักษณ์”“อือ เงียบก็ได้ เจ้าตัวอัปลักษณ์” หึ ทำไมชอบว่าข้าอัปลักษณ์นักนะ ข้าก็แค่ตัวผอมบาง หนังติดเนื้อ เนื้อตัวหยาบกร้านจากการทำงานหนักแค่นั้นเอง คอยดูเถอะ หลังจากนี้ข้าจะกินเอาให้กลิ้งได้ไปเลย เหอะ“ตอนนี้ทุกคนเห็นแค่เจ้ากำลังนอนหลับอยู่ เท่านั้นแหละ” นอนท่าทางน่าเกลียดมาก น้ำลายไหลยืดเชียวฮ่า ๆ ชอบเถียงข้าดีนัก ประโยคหลังเพียงแค่เอ่ยในใจเท่านั้น หากให้เจ้าเปั่ยจินรู้คงโวยวายมิหยุดเป็นแน่“อ่อ ละยังไงต่อ” เปั่ยจินยังคงถามออกไป“เจ้าก็ต้องนำข้ากล