ขากลับจากปั่า พวกข้าก็ได้กระต่ายตัวเดิม ที่กระโดดหยองออกมาจากพุ่มไม้ แล้วนำทางข้าและท่านพ่อท่านแม่ออกจากปั่า เมื่อกลับมาสู่เส้นทางเดิมกระต่ายตัวนั้นก็วิ่งกลับเข้าปั่าไปเช่นเดิม น่าแปลกเหลือเกินแต่ข้าว่าช่างมันเถอะ เพราะอย่างไรมันก็ไม่ได้ทำอันตรายข้าและครอบครัว หลังจากนั้นพวกข้าก็เดินออกมา แม้จะเจอชาวบ้านหลายคนกำลังลงจากเขาเช่นกัน แต่ก็น้อยคนที่จะถามซอกแซก ว่าได้อะไรมาบ้างเนื่องจากหากมองมาเพียงสังเกตสักเล็กน้อย ก็พอจะเห็นว่าท่านพ่อข้าถือไก่ฟั้าไว้ ตัวนึง และท่านแม่ก็สะพายตะกร้าที่มีสมุนไพรทั่วไป ผักปั่าที่มีเหมือนที่ชาวบ้านหาได้กับหลังอยู่ท่านพ่อไม่มีเงินติดตัวสักอีแปะ จึงคุยกันว่าจะเดินเท้าเข้าเมืองแทนที่จะนั่งเกวียนไป ยามนี้เป็นช่วงยามโหย่ว (เวลา 17.0018.59 น.) แล้ว เพียงแต่ยังไม่มืดเท่าใดนัก ส่วนขากลับนั้นท่านพ่อบอกว่าคงต้องนั่งเกวียนกลับ เพราะคงจะมืดพอดี เสียอีแปะเพียงเล็กน้อย แลกกับความปลอดภัยนับว่าคุ้มเดินได้สักพักมาถึงตัวเมือง บ้านเมืองที่นี้ ผู้ปกครองไม่เอาเปรียบปราชาชน ไม่คดโคงภาษี จึงทำให้การเข้าเมืองไม่ต้องจ่ายค่าผ่านทาง เพียงแต่ต้องมีปั้ายผ่านทางผู้ที่เข้าเมืองครั้งแรกต้องมีปั้ายยืนยันจากทางการออกให้เสียก่อน หลังจากนั้นก็สามารถเข้าออกได้ เพียงแต่ยังจำกัดเวลาในการเข้าออก ไม่เกินยามซวีเท่านั้นเดินมาได้ซักพักท่านพ่อได้นำไก่ฟั้าไปขายในเหลาอาหารที่เคยไปทำงานด้วย ได้มาหกสิบอีแ