“ท่านแม่เจ้าขา” ข้าหันไปเห็นท่านแม่กำลังเดินมาพร้อมกับข้าวของที่สะพายเต็มกลางแผ่นหลังเล็กนั้นพอดี จึงรีบตะโกนออกไปเพื่อชี้จุดที่ข้าและท่านพ่อใช้นั่งพักยามว่างเมื่อสังเกตใกล้ๆ ดีๆ ท่านแม่คนงามของข้าดูสีหน้าเหนื่อยล้าเต็มทีแน่นอนว่าตอนนี้เลยเวลาอาหารเที่ยงมาพอสมควรแล้วท่านแม่ของข้า จึงได้มีโอกาสนำอาหารมาส่งท่านพ่อที่แปลงนาถามว่าทำไมนะหรือ ก็เพราะว่าที่บ้านของข้า ท่านย่าและท่านปูั่ ให้คนในครอบครัว ทานอาหารได้ครบสามมื้อนะสิ คิดว่าดีมากใช่หรือไม่ก็ดีแหละ อืม…ดีสิถึงแม้ว่ามื้อเที่ยงจะไม่ได้มากมาย แต่ก็พอสำหรับการดับความอยากอาหารก่อนจะถึงมื้อเย็น ดังนั้นท่านแม่ของข้าจึงมีหน้าที่ทำอาหารให้คนในบ้านใหญ่ทานก่อนจะออกมาส่งข้าวให้พ่อข้าทุกวันแต่ที่สำคัญ ท่านย่าไม่เคยให้ท่านแม่และครอบครัวของข้านั่งทานอาหารด้วยเลยสักมื้อ ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้าที่ท่านย่าของข้าอ้างว่า ท่านพ่อและท่านแม่ต้องรีบออกไปเก็บของปั่าและหาบน้ำเข้าบ้าน กว่าจะเสร็จก็เลยเวลาอาหารเช้า คนที่บ้านใหญ่รอไม่ไหวแน่นอนอย่างเช่นประโยคที่ว่า“เจ้าจะให้ข้าหิ้วท้องรอเจ้าหรือ”“ข้ารอเจ้าข้าต้องไม่สบายแน่”หรือจะเป็น“ดีเสียจริง บิดามารดาเช่นพวกข้าต้องมานั่งรอบุตรชายเพียงคนเดียว ช่างประเสริฐเสียจริง”ท่านพ่อท่านแม่ของข้าจึงไม่สามารถทำอันใด ก็ได้แต่ยอมไปละนะ แต่ถึงกระนั้น ท่านพ่อก็ยังขอให้ท่านย่ายกเว้นข้าไว้สักหนึ่งคน เพราะข้ายังเด็กต้องทานข้าวเช้าจะ