็ก ๆ ของเธอร่วงลงอย่างไร้เรี่ยวแรง
เฝ่ยไป๋ลู่กุมมือที่เย็นลงเรื่อย ๆ แล้วตะโกนเรียกซูหวนเสียงแหบพร่า “คุณซูหวน หยุดบ้าได้แล้ว มาดูหน้าเธอเป็นครั้งสุดท้ายเร็ว”
ซูหวนที่กำลังก้มหน้าคุกเข่าให้รูปปั้นเทพเจ้า ตัวสั่นเทา ศีรษะของเธอก้มลงจนติดพื้น ยกไม่ขึ้นอยู่นาน
น้ำตาหยดใหญ่หยดลงพื้นจนเปียกโชก
เฝ่ยไป๋ลู่วางเหมยลี่น้อยลง แล้วจัดวางค่ายกลรวบรวมวิญญาณแบบง่าย ๆ อย่างรวดเร็ว
เธอไม่กล้าผ่อนคลายเลยแม้แต่น้อย และจุดธูปที่ยึดมาจากอาจารย์หนิงด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
ธูปลวงวิญญาณจะใช้ได้ผลดีที่สุดคือการล่อลวงวิญญาณคนเป็น เฝ่ยไป๋ลู่ไม่แน่ใจว่าจะใช้ได้ผลกับวิญญาณของเหมยลี่น้อยที่เพิ่งตายหรือไม่ แต่ถึงยังไงก็ต้องลองดู
ไป๋ลู่กัดปลายนิ้วของเธอ ใช้เลือดเป็นตัวนำทาง ยันต์ถูกดึงขึ้นในอากาศ พร้อมกับอักขระสีทองเข้มที่ปรากฏขึ้น มันมีจิตวิญญาณแต่สะกดลมหายใจไว้
เฝ่ยไป๋ลู่วางมันลงบนธูปลวงวิญญาณแล้วจุดไฟ จากนั้นก็โปรยขี้เถ้าลงบนร่างเหมยลี่น้อย
ซูหวนเดินโซซัดโซเซมาอยู่ข้าง ๆ ร่างเหมยลี่น้อย ท่าทางของเธอซีดเซียว เฝ้ามองการเคลื่อนไหวของเฝ่ยไป๋ลู่ด้วยใบหน้าโรยราดุจขี้เถ้า
เฝ่ยไป๋ลู่นั่งขัดสมาธิไม่ไหวติง ดวงตาของเธอปิดลง ผมพลิ้วไหวไปตามขมับ
ค่ายกลนั้นก่อตัวหมือนกระแสน้ำวนที่มองไม่เห็นดูดซับพลังวิญญาณจากร่าง โดยมีเธอเป็นจุดศูนย์กลาง กระจายลมปราณออกไปทุกทิศทาง
ในช่วงเวลานี้ห้ามผิดพลาด ไม่เช่นนั้นเฝ่ยไป่ลู่จะต้องประสบกับการส