ม้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดมลพิษทางสายตาต่อเหล่าเทพเจ้าอืม และสิ่งที่สำคัญที่สุด คือเขาไม่อยากเห็นภาพอันน่าสะอิดสะเอียนเมื่อเห็นว่าท่อนเอ็นถูกเผาจนไม่เหลืออะไรแล้ว ฉินเฉาก็พยักหน้าด้วยความพอใจแต่พระศิวะเจ็บลึกถึงทรวงใน เขากำลังใช้มือกุมท่อนเอ็นที่เหลืออยู่ แล้วคุกเข่าลงกับพื้นด้วยเนื้อตัวที่สั่นกระตุก“ขอโทษจริงๆ นะ ฉันไม่คิดว่ามันจะเปราะบางขนาดนี้”ฉินเฉาใช้เพลิงหยินเก้าเร้นลับมาฆ่าเชื้อบนเคียวของตัวเองจากนั้นก็หันไปพูดกับพระศิวะ“ตอนนี้วิทยาศาสตร์ก้าวไกลขึ้นเยอะ แกไปเอาของลามาใช้แทนก็ได้ มันก็ยาวมากเหมือนกัน”“ขะ ข้าจะฆ่าเจ้า!”พระศิวะทั้งเจ็บปวด ทั้งเกลียดชัง ดวงตากลายเป็นสีแดงก˹า“ข้าจะใช้พลังจากดวงตาที่สามของข้ามาทำลายเจ้า!”“ไม่ได้นะ ท่านศิวะ!”“ท่านจะทำลายโลกใบนี้เหรอ!”เทพเจ้าบางองค์ในอินเดียรีบเกลี้ยกล่อมอย่างรวดเร็ว“หุบปากเดี๋ยวนี้ มิฉะนั้นข้าจะทำลายพวกเจ้าไปด้วย!”พระศิวะเสียสติไปแล้ว ระหว่างที่เขาจ้องมองฉินเฉา เปลือกตาบนหน้าผากก็สั่น 2 – 3 ครั้งเขาคงจะหมดความอดทนแล้วจริงๆ ถึงได้ใช้ดวงตาที่สามนี้ภายในใจของฉินเฉากำลังรู้สึกตื่นเต้นมา มาเลย! ให้ฉันลองดูหน่อยว่าดวงตาที่สามของแกจะมีพลังแบบไหนบ้าง!“เจ้าเซียนโง่ ยังไม่รีบขออภัยท่านศิวะอีกเหรอ!”“ใช่ เจ้าอยากให้โลกใบนี้ถูกทำลายหรือไง!”“เพลิงทำลายล้างสามารถแผดเผาทุกสิ่งให้กลายเป็นจุณได้เลยนะ!”เทพเจ้าจากอินเดียต่างคำรามใส่ฉินเฉาด้วยความโกรธ“แ