เมื่อพูดจบ ชือโหยวก็ถือขวาน วิ่งเข้าใส่ซวนหยวนอ้าวเทียนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามซวนหยวนอ้าวเทียนรู้สึกประหม่าอยู่ในใจ แต่พลังของเขาอยู่ในขั้นเซียนซุนแล้ว อีกทั้งยังมีขวานผานกู่อยู่ในมือ เขาควรจะมั่นใจมันถึงจะถูก“ข้าคือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด!”หลังจากที่โพล่งออกมา ซวนหยวนอ้าวเทียนก็เหวี่ยงขวานในมือเข้าฟาดฟัน ขวานผานกู่ที่สามารถควบคุมได้ด้วยสายเลือดของตระกูลซวนหยวนก็เริ่มแสดงวิชาอันทรงพลังออกมา“ผ่าสวรรค์!”นี่เป็นวิชาหนึ่งที่ผานกู่ใช้ในการแบ่งแยกฟ้าดินในอดีต เมื่อซวนหยวนอ้าวเทียนใช้วิชานี้ พลังของมันก็น่าทึ่งมากไม่แพ้กันแสงสีทองปะทุออกมาจากขวานผานกู่ของเขาทันที และด้านหลังของซวนหยวนอ้าวเทียนก็มีขวานสีทองขนาดมหึมาเล่มหนึ่งปรากฏอยู่ขวานที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 100 เมตร ได้พุ่งเข้าใส่ตำหนักราชันย์ภูตเข้าอย่างจังแต่ทว่าร่างของชือโหยวกลับหายตัวไปอย่างกะทันหัน ขวานยักษ์สีทองผ่าได้แค่ความว่างเปล่าเท่านั้นตำหนักราชันย์ภูตสั่นสะเทือนในทันทีราวกับว่าเกิดแผ่นดินไหวอันรุนแรง ที่สั่นสะเทือนตำหนักราชันย์ภูตแห่งนี้รอยแตกลึกปรากฏขึ้นบนก้อนเมฆถึงแม้ว่าจะเป็นก้อนเมฆที่หนาและแข็งแรง แต่มันก็ไม่สามารถต้านทานวิชาผ่าสวรรค์ของขวานผานกู่ได้ตำหนักราชันย์ภูตถูกผ่าออกเป็นสองส่วน และแยกออกจากกันอย่างช้าๆและดูเหมือนว่าอากาศรอบด้านก็ถูกแยกออกจากกัน ทำให้เกิดความแปรปรวนขึ้นมาแต่แล้วจู่ๆ ร่างของชือโหยวก็ไปปรากฏตัวอยู่ด้า