้เสียอีก“รีบเอามาให้ข้าเร็วเข้า!”ฝ่ายซวนหยวนอิงจี๋รีบคว้าเอาขวานสีทองทั้งสองเล่มไปจากมือของฉินเฉาอย่างรวดเร็วสายเลือดของตระกูลซวนหยวนสามารถเรียกขวานอีกครึ่งหนึ่งให้กลับมาอยู่ในมือของตัวเองได้วิธีเดียวที่ยับยั้งเรื่องนี้ได้ก็คือ ให้คนตระกูลซวนหยวนสายเลือดบริสุทธิ์อีกคนหนึ่งถือขวานผานกู่เอาไว้และเพื่อป้องกันไม่ให้ซวนหยวนอ้าวเทียนเรียกขวานผานกู่อีกครึ่งหนึ่งกลับไป ซวนหยวนอิงจี๋จึงเป็นผู้ถือขวานทั้งสองเล่มด้วยตัวเอง“ซวนหยวนอิงจี๋ เจ้าอยากเห็นพ่อตายไปจริงๆ เหรอ!”เมื่อเห็นแบบนี้ ซวนหยวนอ้าวเทียนก็ทั้งตกใจและหดหู่ไปในเวลาเดียวกัน“ข้าไม่ปล่อยให้เจ้าตายไปหรอก”ซวนหยวนอิงจี๋กล่าวออกมาว่า “ไม่มีใครที่จะสามารถฆ่าเจ้าได้ เจ้ารีบถอยกลับไปจะดีกว่า……….”เธอคิดที่จะเกลี้ยกล่อมให้พ่อของเธอถอยกลับไป“ฝันไปเถอะ! ข้าเป็นถึงจักรพรรดิผู้ปกครองใต้หล้า! ลูกสาวที่ชาญฉลาดของพ่อ เจ้าเป็นลูกสาวที่แสนดีของพ่อ รีบนำขวานผานกู่ทั้งสองเล่มนั้นมาให้พ่อเถอะ หากมีพวกมัน พ่อก็จะได้กลายเป็นเซียนซุนผู้ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริงยังไงล่ะ!”ดวงตาของซวนหยวนอ้าวเทียนเต็มไปด้วยความคาดหวัง ในขณะที่กล่าวประโยคนี้ออกมาความทะเยอทะยานอันยิ่งใหญ่ก็หลั่งไหลออกมาด้วยเช่นกัน“เอาแต่พึ่งพาสิ่งของนอกกาย สุดท้ายก็ไม่ใช่ผู้ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง”ชือโหยวที่ยืนอยู่อีกด้าน โยนแขนของซวนหยวนอ้าวเทียนทิ้งไปก่อนที่จะเบ้ปากกล่าวออกมา “คนอย่างเจ้า มันไม่ใช่จักร