…….”วิชาจิตก่อเกิดของฉินเฉา สามารถทำลายวิชาของซวนหยวนอ้าวเทียนได้โดยตรง“แกไม่ได้บอกว่า ร่างซวนหยวนของแกเป็นอมตะ อยู่ยงคงกระพันบนโลกนี้หรอกเหรอ?”ฉินเฉาเข้าสู่สถานะจิตมารผสานร่าง ในตอนนี้พลังของเขาเทียบเท่ากับพลังของเหรินซุนแล้วยิ่งเมื่อเขามีพลังเทพ มันก็ยิ่งทำให้เขาแข็งแกร่งกว่าเหรินซุนมาก“ดูซิว่าวิชาจิตก่อเกิดทำลายล้างของฉัน จะสามารถทำลายร่างอมตะของแกได้ไหม”หลังจากที่พูดจบ ฉินเฉาก็ยกมือซ้ายขึ้นมา บอลเพลิงสายฟ้าได้ปรากฏขึ้นมาบนฝ่ามือของเขา“อย่านะ!”แต่ในขณะนั้นเอง ซวนหยวนอิงจี๋ที่หน้าซีดเผือดได้รีบคว้าแขนของฉินเฉาเอาไว้เธอส่ายหน้าให้ฉินเฉาเบาๆโอ้ ถึงยังไงอีกฝ่ายก็ยังเป็นพ่อของเธอเช่นเดียวกันกับหลูเหม่ยจวนที่พยายามจะช่วยแม่ ซวนหยวนอ้าวเทียนก็ยังเป็นบุคคลสำคัญในหัวใจของซวนหยวนอิงจี๋ในขณะที่ฉินเฉากำลังลังเลอยู่นั้น ซวนหยวนอ้าวเทียนก็รู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะมารีรออีกต่อไปเขารีบกระโดดออกไปจากช่องว่างในรอยแยกของตำหนักราชันย์ภูต และหายตัวไปจากก้อนเมฆในทันที“วิ่งหนีไปเร็วชะมัด!”ชือโหยวจ้องมองไปยังก้อนเมฆ แล้วเบ้ปากอย่างอดไม่ได้ “สมแล้วที่เป็นผู้สืบทอดของตระกูลซวนหยวน ถึงจักรพรรดิซวนหยวนในอดีตจะน่ารังเกียจ แต่พอได้เปรียบเทียบกันแล้ว เจ้านี่น่าโมโหกว่ามาก”“อย่าเข้าไปยุ่งกับเรื่องของคนอื่นเลย”ฉินเฉาปรบมือ แล้วพูดขึ้นมาว่า “ความทะเยอทะยานของเหรินซุนถูกทำลายไปชั่วคราวแล้ว ส่วนขวานผานกู่ทั้งสองเ