“ไม่คิดเลยว่าเรื่องทั้งหมดจะจบลงแบบนี้………..”ณ ห้องโถงใหญ่ของสำนักเฟิงสุ่ย หนานกงเหอผู้นั่งอยู่บนตำแหน่งเจ้าสำนัก กล่าวกับฉินเฉาและคนอื่นๆภายในห้องโถงใหญ่แห่งนี้มีคนของสำนักเฟิงสุ่ย สำนักว่านฝัวสำนักราชันย์ภูต และนิกายหลัวซาอย่างไรก็ตาม คนของสำนักราชันย์ภูตต่างถูกมัดด้วยเชือกรัดเซียนแม้แต่หลูเหม่ยจวนก็หนีไปไหนไม่ได้ มือทั้งสองข้างของเธอถูกเชือกรัดเซียนมัดเอาไว้อย่างแน่นหนาฉินเฉาเป็นผู้ร่ายวิชาด้วยตัวเอง หากไม่มีพลังอยู่ในขั้นเซียนศักดิ์สิทธิ์ ก็อย่าคิดที่จะปลดเชือกรัดเซียนนี้ออกมาได้ในเวลานี้สาวน้อยคนนี้กำลังทำหน้ามุ่ย เธอนั่งอยู่ทางด้านขวามือของฉินเฉาด้วยความหงุดหงิดอย่างถึงที่สุด“มันเป็นการแก้ปัญหาที่สำเร็จแค่ครึ่งหนึ่งเท่านั้น”ฉินเฉาถอนหายใจออกมาเบาๆ “สำหรับความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นในสำนักของเธอ ฉันต้องขอโทษจากใจจริง”หลังจากที่พูดจบ เขาก็หันไปมองอู๋ชิงเย่ที่นั่งอยู่ข้างๆ เขาอาการบาดเจ็บของเธอได้รับการรักษาแล้ว เธอน่าจะฟื้นตัวขึ้นมาไม่น้อย ถึงได้มีอารมณ์มาขยิบตาให้ฉินเฉา“เรื่องนั้นไม่เป็นไรหรอก แม้ว่าข้าจะรู้สึกแปลกใจ แต่ประมุขฉินก็ทำแบบนั้นเพราะไม่มีทางเลือก”หนานกงเหอถอนหายใจออกมาเบาๆ นับตั้งแต่ที่เตี๋ยอู่และหนานกงเหลียงกลับมา ใบหน้าที่ราวกับภูเขาน˺าแข็งของเธอก็ดูผ่อนคลายขึ้นมากอย่างน้อยๆ ก็ไม่ได้แข็งทื่อ ไร้อารมณ์แบบเมื่อก่อนแล้ว“เจ้าไม่เพียงแต่จะช่วยปกป้องสำนักเฟิงสุ่ยจากเงื้อมม