ีทางใช้พลังของกระบี่ฟ้าได้นี่?”เซียนกระบี่เหล่านี้ไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย“พวกเจ้าดูนั่นสิ! มุมปากของเขากำลังขยับ”นางเซียนจื่ออีเป็นคนสายตาดี เมื่อเธอเห็นร่างของฉินเฉา เธอก็ร้องอุทานออกมาทันที“เขากำลังจะพูดอะไรออกมาน่ะ?”“มารฝัน เจ้าอ่านรูปปากได้นี่ เจ้าดูหน่อยสิว่าเขากำลังพูดว่าอะไร”“ขะ เขาน่าจะพูดว่า………..พูดว่า……….”“รอฉันก่อนนะ…..”ฉินเฉากล่าวกระซิบเสียงเบาดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นมาอย่างฉับพลัน ดวงตาสีเขียวคู่หนึ่งเปล่งแสงวาวโรจน์ ในขณะที่จ้องมองไปยังพวกเสี่ยวไป๋ที่อยู่ไม่ไกลกันนัก“เลิกล้มความคิดที่จะออกไปจากค่ายกลกระบี่ปราบเซียนได้เลย!”แปดเซียนกระบี่เข้ามาห้อมล้อมรอบตัวเขาอีกครั้ง พร้อมทั้งพยายามใช้พื้นฐานการฝึกตนทั้งหมดมากดข่มจิตวิญญาณของฉินเฉา“สลายไปซะ!”แต่ฉินเฉากลับเปล่งเสียงคำรามออกมา พลังของมังกรศักดิ์สิทธิ์ทั้งหกปะทุออกมาอย่างเต็มที่พลังของฮวาหรุ่ยถูกปลดปล่อยออกมาจนถึงขีดสุดคลื่นพลังอันรุนแรงบ้าคลั่งได้แพร่กระจายออกมา กลายเป็นรัศมีสีทองที่กวาดไปทั่วชั้นที่ 17 แห่งนี้วิชาค่ายกลกระบี่ปราบเซียนพังทลายลงในทันทีร่างของแปดเซียนกระบี่ต่างปลิวว่อนกระจัดกระจาย และร่วงลงไปบนพื้นในสภาพน่าอเนจอนาถ“เกิดอะไรขึ้น? มันเป็นไปได้ยังไง………”ว่านหลงเฉิงเลือดไหลนองออกมาจากทวารทั้งเจ็ด มือข้างขวาที่ถือกระบี่กำลังสั่นเทา เขาจ้องมองฉินเฉาที่ยืนอยู่ที่เดิมด้วยความหวาดผวา“วิชาค่ายกลกระบี่ปราบเซียน………..ทำ