อย่างมันสายเกินไปแล้วใช่ไหม………..ในที่สุดความสุขที่ได้รับมาอย่างยากลำบากก็จะจากไปทั้งๆ แบบนี้งั้นเหรอ………….หากไม่มีหนานกงเหลียง เตี๋ยอู่ก็คงจะกลายเป็นเปลือกนอกอันว่างเปล่าที่แสนเย็นเยียบอีกครั้ง“ฉันบอกให้หยุดไง!”ร่างของฉินเฉาปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าหนานกงเหลียงอย่างกะทันหันในขณะเดียวกันเขาก็ยื่นมือขวาออกมาคว้าขวานผานกู่เอาไว้เกราะมือสีดำสนิทโอบล้อมรอบฝ่ามือของเขาแสงสีทองส่องประกายอย่างต่อเนื่องและห่อหุ้มเงาขวานผานกู่แสงสีทองเหล่านั้นได้กระจายตัวออกไปฉีกทึ้ง กรีดพื้นดินให้กลายเป็นร่อง“อะไรกันเนี่ย!”ในเวลานี้ทุกคนต่างพากันตกตะลึงศิษย์ตัวเล็กๆ จากลานแยกจะสามารถคว้าเงาขวานผานกู่ ที่มีพลังอันน่าสะพรึงกลัวไว้ด้วยมือข้างเดียวได้ยังไง!นี่คือสุดยอดอาวุธเทพที่แม้แต่หนานกงเหลียงก็ยังต้านทานไม่ได้!“แกไม่ใช่ศิษย์ธรรมดาๆ ในสำนักเฟิงสุ่ย?”หลูเหม่ยจวนชาญฉลาดมาก เธอขมวดคิ้วและเข้าใจได้ในทันที“หรือว่าแกคือฉินเฉา? ฉินเฉา!”หลังจากที่พูดจบ แสงสีทองก็ได้ระเบิดออกมาจากขวานของเธอแสงสีทองดังกล่าวได้สร้างระยะห่างระหว่างทั้งสองคนขึ้นมาฉินเฉารีบทำลายฝ่ามือโลหิต ก่อนที่จะพาหนานกงเหลียงบินห่างออกมาหลายสิบเมตรฝ่ายหลูเหม่ยจวนก็ถอยหลังไปไกลหลายสิบเมตรเช่นกัน ก่อนที่จะหยุดฝีเท้าของตัวเองลงได้ทั้งสองคนอยู่ห่างกันมากกว่า 20 เมตร ต่างคนต่างสบสายตาจ้องมองกันฉินเฉาพบว่าในแววตาของหลูเหม่ยจวนกำลังปรากฏห้วงอารมณ์อันซับซ้อน“หนานกง