ูสิ เธอเป็นถึงผู้อาวุโสที่เก่งกาจของสำนักราชันย์ภูต ส่วนฉันเป็นเพียงแค่มือใหม่ตัวเล็กๆ เท่านั้น”เขาจับเสื้อคลุมนักพรตสีขาวของตัวเอง แล้วกล่าวว่า“ดูสิ เพราะแบบนั้นพวกเธอไม่ควรที่จะมารังแกฉัน ควรที่จะให้ฉันพูดอะไรสักอย่างออกมาก่อน”“ก็ได้ พูดมาสิ”หลูเหม่ยจวนถือเงาขวานผานกู่เอาไว้ในมือ เธอรู้สึกว่าตอนนี้เธอช่างไร้เทียมทาน ไม่มีใครที่จะเป็นคู่ต่อสู้ของเธอได้อีกแล้ว“โอ้ คืออย่างนี้ เธอเองก็เห็นแล้วใช่ไหม ว่าถึงฉันจะเป็นแค่มือใหม่ตัวเล็กๆ แต่ก็ยังกล้าก้าวออกมา?”ฉินเฉาชี้นิ้วเข้าหาตัว แล้วพูดออกมาว่า “มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับมือใหม่ ทุกคนย่อมเข้าใจในเรื่องนี้ ที่ฉันก้าวออกมาก็เพื่อที่จะช่วยเหลือสำนักเฟิงสุ่ย”“ฮ่าๆๆๆ!”คนที่อยู่รอบๆ ต่างหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้สำนักเฟิงสุ่ยต้องให้ศิษย์จากลานแยกมาช่วยเหลือแล้วงั้นเหรอ?ในโลกใบนี้ยังมีเรื่องไหนที่ตลกกว่านี้อีกไหม?“ฉินเอ้อ………เจ้ารีบกลับมานี่เร็ว……….อย่าได้สร้างปัญหาขึ้นมาเลย!”เซียงเหอรีบเกลี้ยกล่อมเขาอย่างรวดเร็ว“ฉินเอ้อ……..ที่นี่ไม่ใช่สนามรบของเจ้านะ……..เจ้ารีบลงไปเถอะ……….”หนานกงเหอที่กำลังต่อต้านการโจมตีของศิษย์สำนักราชันย์ภูตร้องตะโกนออกมา “ที่นี่ปล่อยให้พวกข้าจัดการเอง…………”“จะทำแบบนั้นได้ยังไง? ในฐานะศิษย์ของสำนักเฟิงสุ่ย ไม่ว่าจะอยู่ในเขตระดับไหน ในขั้นใด ก็จะต้องแบกรับความอยู่รอดของสำนักเฟิงสุ่ยสิ!”ฉินเฉากล่าว พร้อมกับตบหน้าอกตัวเอง พ