ลางพูดเสริมขึ้นมาว่า“ดังนั้นเพื่อเป็นการยกย่องจิตวิญญาณของฉัน อย่างน้อยๆ เธอก็ควรที่จะเหลียวแลฉันบ้าง”“เหลียวแลเหรอ? น่าสนใจดีนี่”หลูเหม่ยจวนหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ “แค่ฉันไม่ฆ่าแก นั่นก็นับว่าเป็นการเหลียวแลแกแล้ว”“เฮ้ ถึงยังไงเธอก็เป็นถึงเจ้าสำนักของสำนักราชันย์ภูต เป็นผู้อาวุโสที่มีชื่อเสียงมานานหลายพันปี…………..”“นี่แกหาว่าฉันแก่งั้นเหรอ!”ดวงตาของหลูเหม่ยจวนเปล่งประกายอย่างโหดเหี้ยมฉินเฉาเหงื่อตกในทันทียัยคนนี้ เพิ่งจะตะโกนบอกว่าตัวเองมีอายุมากกว่าหนานกงเหลียงอยู่หยกๆแต่ดันไม่ยอมรับว่าตัวเองแก่เนี่ยนะ?เฮ้อ ผู้หญิงหนอผู้หญิง………..“อะไรล่ะนั่น? ท่านกุ่ยหมู่ผู้อ่อนเยาว์และงดงาม ถึงยังไงท่านก็เป็นคนรุ่นก่อนที่มีชื่อเสียงบารมี ส่วนสาเหตุที่ฉันกล้ามายืนอยู่ตรงนี้ อย่างที่ฉันเคยพูดเอาไว้ว่าฉันทำเพื่อศักดิ์ศรีของสำนักเฟิงสุ่ย ฉันทนมองดูสำนักเฟิงสุ่ยถูกทำลายไปโดยที่ไม่ทำอะไรเลยไม่ได้ ดังนั้นฉันถึงต้องก้าวออกมาเพื่อท้าทายสำนักราชันย์ภูต”“แต่ข้าคิดว่าเจ้ากำลังรนหาที่ตายมากกว่า”หญิงสาวผู้มีไฝที่คางเบ้ปาก กล่าวออกมาอย่างอดไม่ได้“ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม ฉันมีเงื่อนไขอยู่แค่ข้อเดียวเท่านั้น”ฉินเฉาจ้องมองหลูเหม่ยจวน ในขณะที่พูดออกมาว่า “ท่านกุ่ยหมู่ในเมื่อท่านมั่นใจมากขนาดนี้ ท่านก็คงจะไม่กลัวศิษย์จากลานแยกอย่างฉันใช่ไหม?”