งเก่งมากเลยใช่ไหม?”“พวกเจ้าคิดจะทำอะไร? ไม่กลัวว่าศิษย์พี่เซียงเหอจะมาคิดบัญชีกับพวกเจ้าเลยหรือไง!”อู๋ชิงเย่ถอยหลังชิดกำแพง ตัวสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว“กลัวสิ กลัวอยู่แล้ว ข้ากลัวแทบตายเลยล่ะ!”ฉางเฟิงแสร้งทำท่าทางหวาดกลัวในขณะที่พูด “ดังนั้นข้าจะเป็นคนบอกศิษย์พี่เซียงเหอว่า พวกเจ้าทั้งสองคนฝึกตนจนธาตุไฟเข้าแทรกและตายจากโลกนี้ไปอย่างน่าเสียดาย”“พวกเจ้า………จะต˹าช้าเกินไปแล้ว!”อู๋ชิงเย่เอ่ยต่อว่าออกมาอย่างอดไม่ได้“ต˹าช้างั้นเรอะ? แล้วใครใช้ให้พวกเจ้าไม่รู้จักกฎระเบียบล่ะ”ฉางเฟิงเบ้ปาก “ข้าไม่สนใจหรอกว่าพวกเจ้าจะมีเบื้องหลังที่แข็งแกร่งขนาดไหนในสำนักเฟิงสุ่ย ถึงจะมีศิษย์พี่เซียงเหอคอยคุ้มกะลาหัวแล้วยังไง? เธอจับตามองพวกเจ้าตลอดเวลาไม่ได้สักหน่อย ข้าเกือบจะต้องสูญเสียตำแหน่งหัวหน้าศิษย์ไปแล้ว ข้าเห็นว่าพวกเจ้าทั้งสองคนกำลังเบื่อหน่ายชีวิต อย่ามาโทษฉางเฟิงผู้นี้เลย โทษพวกเจ้าที่ปากไม่ดีเองจะดีกว่า!”“นายแน่ใจนะว่าจะเล่นงานพวกเราจริงๆ?”จู่ๆ ฉินเฉาก็ถอนหายใจออกมา แล้วเอ่ยถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน“แล้วเจ้าคิดว่าที่ข้าพาพวกเจ้ามาที่นี่ก็เพื่อมาพบปะกันดั่งครอบครัวหรือไง!”ฉางเฟิงหัวเราะเยาะออกมา “ที่นี่คือห้องของฉางเฟิง ไม่มีใครมาช่วยพวกเจ้าได้หรอก จงตายไปอย่างสบายใจซะ!”“นานแน่ใจนะ?”“หยุดพูดจาไร้สาระสักที!”“งั้นนายก็หันไปดูสิว่ามีใครยืนอยู่ข้างหลังนาย”ฉินเฉาชี้นิ้วไปที่ประตูอย่างกะทันหันทุกคนมองต