1000 คนที่ติดตั้งอาวุธพลังเทพให้เรียบร้อยแล้ว และยังมีศิษย์หัวกะทิชั้นยอดอีก 20 คนที่สวมใส่เสื้อคลุมทวีคูณด้วยกำลังพลดังกล่าวนี้ มันเทียบเท่ากับว่ามียอดฝีมือพลังเทพอยู่1000 คน และมีเซียนปฐพีกับเซียนฟ้าอีก 20 คนเมื่อมีขุมกำลังนี้ ฉินเฉาก็จะสามารถไปท้าทายหนึ่งในแปดสำนักบรรพกาลได้แต่สิ่งที่ฉินเฉาแนะนำต่อเสี่ยวไป๋นั้นคือ ให้รั้งทัพ รอจังหวะบุกโจมตีก่อนเขาสามารถแอบสร้างค่ายกลเรียกกำลังพลภายในสำนักเฟิงสุ่ยได้หากหลูเหม่ยจวนร่วมมือกับขุมกำลังอื่นจริงๆ มันก็ยังไม่สายที่เขาจะใช้ค่ายกลเรียกกำลังเสริมจากเสี่ยวไป๋และนิกายหลัวซาให้เข้ามาที่นี่แผนการของฉินเฉาคือการรอดูไปก่อนหนึ่งขั้น“ขะ ข้าทนไม่ไหวแล้ว……….ไม่เอาแล้ว………..”ในเวลานี้ เสียงหวานๆ ของอู๋ชิงเย่ได้ลอยเข้ามาในหูของฉินเฉาเขาตัวสั่นสะท้าน เกือบจะยอมปลดอาวุธลงอยู่แล้วแต่ว่านั่นไม่ใช่นิสัยของฉินเฉา ดังนั้นเขาจึงเลิกคิ้วขึ้น แล้วกล่าวออกมาว่า“จะทำแบบนั้นได้ยังไง? ช่วงเช้ามืดคือช่วงเวลาที่ดีมาก พวกเราจะต้องรักษามันเอาไว้ให้ดีและใช้เวลานี้ให้เต็มที่สิ!”ฉินเฉากล่าวออกมา มือก็จับยึดสะโพกของอู๋ชิงเย่แล้วกระหน˹ารัวหอกเข้าใส่อีกครั้งม่านหมอกในดวงตาของอู๋ชิงเย่ยิ่งดูพร่ามัวมากกว่าเดิมความรู้สึกนี้ช่างน่าทึ่งจริงๆ …………ท่านแม่ไป๋หยวนหยวนสั่งสอนเธอมาหลายสิ่งหลายอย่าง………..แต่นี่เป็นเรื่องเดียวที่ไม่เคยสอนเธอเลย………..มันออกจะน่าอับอายเล็กน้อย………….ตะ แต่ก็มี