งเย่ดูซีดเซียว ดูเหมือนว่าเธอจะสูญเสียพลังไปไม่น้อยเธอลุกขึ้นยืน แต่ว่าร่างกายกลับซวนเซและล้มลงไปในอ้อมแขนของฉินเฉาอะแฮ่ม หนานกงเหลียง นายมีเตี๋ยอู่อยู่ในอ้อมกอด ฉันก็มีภรรยาที่น่ารักอยู่ในอ้อมกอดเหมือนกัน ตอนนี้พวกเราไม่ต้องอิจฉากันแล้วนะ“เธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”ฉินเฉาเห็นหยดเหงื่อบนหน้าผากของอู๋ชิงเย่ จึงเอ่ยถามออกมาด้วยความทุกข์ใจ“ไม่เป็นไร…….ข้าไม่เป็นไร………”อู๋ชิงเย่ส่งยิ้มให้ฉินเฉาอย่างอ่อนล้า “วิญญาณชีวิตของพี่เตี๋ยอู่รับมือยากไปหน่อยเท่านั้น………แต่มีวิญญาณชีวิตเพิ่มขึ้นแบบนี้ ไม่รู้ว่าพี่เตี๋ยอู่จะกลายเป็นอะไรไปบ้าง………..”“ขอให้เป็นไปในทางที่ดีเถอะ………..”ฉินเฉาส่งกระแสจิตให้อู๋ชิงเย่ “ฉันรู้จักนางบำเรอศพอยู่คนหนึ่ง……….ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ชอบที่ตัวเองเป็นนางบำเรอศพเลย……….”“ไม่มีใครอยากเป็นนางบำเรอศพหรอก………..แม้ข้าจะไม่รู้ความรู้สึกของการไม่มีวิญญาณ แต่มันไม่มีทางรู้สึกดีแน่นอน”อู๋ชิงเย่นึกถึงนางบำเรอศพของสำนักในอดีต แล้วถอนหายใจกับฉินเฉาอย่างอดไม่ได้“เฮ้อ มาดูความโชคดีของพวกเขากันดีกว่า………..”เมื่อมองดูหนานกงเหลียงโอบกอดเตี๋ยอู่ ฉินเฉาก็ทำได้แค่ภาวนาให้พวกเขาอย่างเงียบงัน“ข้า……..นี่ข้าอยู่ที่ไหน……..”ในเวลานี้เตี๋ยอู่ได้ลืมตาขึ้นมาด้วยความงุนงงเธอพบหน้าหนานกงเหลียงเป็นคนแรก และรู้สึกราวกับว่ามีบางอย่างตราตรึงใจเอาไว้“หนานกงเหลียง…………ทำไมข้าถึงยังมีชีวิตอยู่ล่ะ?”เตี๋ยอู่พยายามที่จะลุก